คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าพนักงานและผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานและผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน
ย่อคำพิพากษา
คืนเกิดเหตุ ตำรวจกับพวกตามหาเรือของเจ้าทรัพย์ที่ถูกคนร้ายชิงไปพบจำเลยทั้งสองอยู่ในเรือลำหนึ่ง ตำรวจซึ่งอยู่ในเครื่องแบบแสดงตัวและบอกให้จำเลยเข้ามาหา จำเลยทั้งสองรู้ว่าเป็นตำรวจแต่ขัดขืน และได้ยิงปืนมาที่เรือตำรวจ 1 นัดกระสุนปืนถูกผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานที่ขาแล้วจำเลยทั้งสองโดดน้ำหนีพร้อมกัน ดังนี้จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานกับผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานที่กระทำตามหน้าที่
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/2514)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตำรวจและผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายแสละที่เข่าและกลางขาได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ กับขอให้ริบของกลาง และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาดำที่ ๑๒๔/๒๕๑๑
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นคนคนเดียวกับจำเลยในคดีดำที่ ๑๒๔/๒๕๑๑
ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้รวมกับคดีดำที่ ๑๒๔/๒๕๑๑ แล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุกจำเลยคนละ ๑๖ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ๑๐ ปี ๘ เดือน ของกลางริบ แต่ให้ยกฟ้องคดีดำที่ ๑๒๔/๒๕๑๑
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางปรากฏว่าเป็นของที่มีไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบ ให้ริบเสีย เรือและแจวคืนเจ้าของ
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า คืนวันเกิดเหตุ สิบตำรวจเอกสุเทพกับสิบตำรวจโทเชื้อแต่งเครื่องแบบตำรวจ นั่งเรือหางยาวไปตามหาเรือมาดของเจ้าทรัพย์ที่ถูกคนร้ายชิงไป โดยมีนายแสละ นายแอและนายไข่หมัดไปด้วย ต่อมาพบเรือนั้นจมน้ำอยู่ มีจำเลยทั้งสองนั่งเรือแจวมาสิบตำรวจเอกสุเทพว่า "นี่ตำรวจ นั่นเรืออะไร เข้ามานี่ก่อน" จำเลยรู้ว่าเป็นตำรวจแต่เบนหัวเรือหนี สิบตำรวจเอกสุเทพไล่ตาม จำเลยยิงปืนมา ๑ นัด กระสุนปืนถูกนายแสละที่เข่าขวาและกลางขาขวา เมื่อเรือตำรวจวิ่งไล่ตามเรือจำเลยต่อไปจนห่าง ๒ วา จำเลยทั้งสองกระโดดน้ำหนีจึงวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำผิดฐานใช้ปืนเป็นอาวุธ ต่อสู้ขัดขวางและฐานพยายามฆ่าสิบตำรวจเอกสุเทพกับพวก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำตามหน้าที่และเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการกระทำตามหน้าที่
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ ๑ นั้นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด เมื่อลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๕ แล้ว ให้จำคุกจำเลยไว้ ๘ ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๕ ปี ๔ เดือน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางให้ริบส่วนเรือและแจวของกลางนั้น เห็นว่ามิใช่สิ่งที่ใช้ในการกระทำผิดจึงไม่ริบ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2514
อัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์
นายขาว แดงแสงทอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายขาว แดงแสงทอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิกรม เมาลานนท์ · ศริ มลิลา · ชวน พูนคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายวิน จันทร์เจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา