⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1090/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมของลูกหนี้เพื่อบังคับชำระหนี้ได้ และผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรวมไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกสวนของตนให้แก่ผู้ใดไว้ สวนจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทุกคน ครอบครัวของจำเลยอยู่ร่วมเรือนเดียวกันกับผู้ร้อง จำเลยแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีส่วนเป็นเจ้าของสวนยางพารารายนี้เช่น เป็นผู้นำสำรวจที่ดินสวนยางพารานี้เพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่และเป็นผู้ไปเสียภาษีบำรุงท้องที่เอง ทั้งได้ไปแจ้งใบสุทธิยางผู้ร้องรับว่าสวนยางพารายังมิได้แบ่งปันกันในระหว่างทายาท ฉะนั้นจำเลยซึ่งเป็นทายาทด้วยผู้หนึ่ง จึงมีสิทธิเป็นเจ้าของสวนยางพารารวมอยู่ด้วย โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษา จึงมีสิทธิที่จะยึดสวนยางพาราซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของรวมบางส่วนเพื่อบังคับชำระหนี้ได้ ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกันไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์มีสิทธิจะยึดที่ดินแปลงใดของจำเลยตามคำพิพากษามาบังคับชำระหนี้ก็ได้เพราะโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะให้ชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้โดยสิ้นเชิง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.214 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1358 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1620

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำยึดที่ดินสวนยางพาราหนึ่งแปลงอ้างว่าเป็นของนายหว่องซิมเพียว แซ่หว่อง จำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับมรดกจากบิดา เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา นางหยุ่งยิน แซ่กู ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของจำเลย แต่เป็นทรัพย์สินของผู้ร้องกับนายว่องตุ้ง แซ่ว่อง สามีได้มาโดยการจับจอง สามีผู้ร้องถึงแก่กรรมเมื่อประมาณ ๑๖ ปีมานี้ ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นมรดกได้แก่ผู้ร้อง และผู้ร้องได้ครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยโดยเจตนาเพื่อตนตลอดมา โจทก์นำยึดวัดเอาที่ดินส่วนหนึ่งของผู้ร้องไปซึ่งไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของจำเลยแต่อย่างใด ขอให้ศาลสั่งปล่อยที่ดินที่โจทก์นำยึดไว้ โจทก์ให้การว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของจำเลยที่ ๑ เดิมที่ดินนี้เป็นของนายหว่องตุงบิดาจำเลยที่ ๑ นายหว่องตุงถึงแก่กรรมจึงตกเป็นมรดกได้แก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ได้ครอบครอง ยื่นเสียภาษีที่ดินและแสดงความเป็นเจ้าของตลอดมา ไม่ใช่ที่ดินของผู้ร้องและโจทก์นำยึดแต่เพียงบางส่วนให้พอกับการชำระหนี้เท่านั้น ขอให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินระหว่างผู้ร้องกับนายว่องตุงสามีนายว่องตุงตาย ย่อมเป็นมรดกได้แก่ผู้ร้อง นายหว่องซิมเพียวจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นบุตร และบุตรคนอื่น ๆ อีก ซึ่งเป็นทายาทร่วมกัน ผู้ร้องไม่มีอำนาจขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายหว่องตุง แซ่ว่อง เป็นสามีผู้ร้องมีบุตรด้วยกัน ๙ คน ขณะนี้มีชีวิตอยู่ทุกคน นายหว่อง ซิมเพียว แซ่หว่องจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรชายคนที่ ๒ ของผู้ร้องและสามี ผู้ร้องและสามีเป็นเจ้าของสวนยางพาราหนึ่งแปลง เมื่อประมาณ ๑๖ - ๑๘ ปีมานี้ สามีผู้ร้องถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกสวนของตนให้แก่ผู้ใดไว้ดังนั้นสวนยางพาราดังกล่าวส่วนที่เป็นของนายหว่องตุง แซ่ว่อง สามีผู้ร้องจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทุกคน ซึ่งมีผู้ร้องและจำเลยที่ ๑รวมอยู่ด้วย ครอบครัวของจำเลยที่ ๑ อยู่ร่วมเรือนเดียวกับผู้ร้อง จำเลยที่ ๑แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีส่วนเป็นเจ้าของสวนยางพารารายนี้ เช่น เป็นผู้นำสำรวจที่ดินสวนยางพารานี้เพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ และเป็นผู้ไปเสียภาษีบำรุงท้องที่เอง ทั้งได้ไปแจ้งใบสุทธิยางด้วย ผู้ร้องรับว่าสวนยางยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท ฉะนั้น จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นทายาทด้วยจึงมีสิทธิเป็นเจ้าของสวนยางพารารวมอยู่ด้วยโจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษามีสิทธิที่จะยึดสวนยางพารารายนี้บางส่วนเพื่อบังคับชำระหนี้ได้ผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นเพียงเจ้าของร่วมกัน หามีอำนาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดได้ไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าโจทก์นำยึดที่ดินผิดแปลง ต้องยึดที่ดินแปลงที่จำเลยที่ ๑ มอบให้ไว้เป็นประกันจึงจะถูกต้องเห็นว่า โจทก์มีสิทธิจะยึดที่ดินแปลงใดของจำเลยที่ ๑ มาบังคับชำระหนี้ก็ได้ เพราะโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีสิทธิจะให้ชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้จนสิ้นเชิง พิพากษายืน ยกฎีกาผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2515 นางหลีฟุ้ง แซ่หลี (หม้าย) โจทก์ นายหว่องซิมเพียว แซ่หว่อง ที่ 1 นายซินหยง แซ่ซิน ที่ 2 จำเลย นางหยุ่งยิน แซ่กู (หม้าย) ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหลีฟุ้ง แซ่หลี (หม้าย) · จำเลย - นายหว่องซิมเพียว แซ่หว่อง ที่ 1 นายซินหยง แซ่ซิน ที่ 2 · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางหยุ่งยิน แซ่กู (หม้าย)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · จำรูญ โชติรัต · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเบตง - นายสิทธิ อินทุเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 285/2503ฎีกา 8454/2544ฎีกา 2389/2540ฎีกา 770/2535ฎีกา 945/2537ฎีกา 7677/2557ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 5801/2538ฎีกา 9577/2552ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 245/2531ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1763/2551ฎีกา 185/2566ฎีกา 643/2497ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 1492/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา