คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนหลายคนร่วมกันเป็นเจ้าหนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งมีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นได้ หากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในภายหลัง
2. การที่ลูกหนี้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้แก่เจ้าหนี้ ถือเป็นการรับทราบหนี้ และทำให้การนับอายุความสะดุดหยุดลง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยรับฝากผ้าไปขายและซื้อเชื่อผ้าไปจากร้านศิริเอเซียซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนมีโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน แม้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์จะไม่มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้ในนามของตนเองแต่ผู้เดียว แต่ภายหลังโจทก์ร่วมขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมการฟ้องเรียกหนี้จึงเป็นการเรียกร้องเพื่อประโยชน์แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยทุกคน โจทก์และโจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิฟ้องได้
เมื่อจำเลยผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ อายุความย่อมสะดุดหยุดลงและสิทธิเรียกร้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากัน ได้ซื้อผ้าและรับฝากผ้าจากโจทก์ไปขาย ถ้าหากจำเลยไม่ส่งผ้าคืน จะชำระราคาแทน จำเลยได้ผ่อนชำระหลายครั้ง ค้างชำระอยู่ ๒๑,๘๗๖.๕๐ บาท ขอให้จำเลยชำระพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะร้านศิริเอเซียเป็นของหุ้นส่วนระหว่างโจทก์ภริยาโจทก์และญาติอื่นๆ โจทก์ฟ้องโดยไม่ได้รับความยินยอมเห็นชอบหรือได้รับมอบอำนาจหรือลงชื่อร่วมกันฟ้อง
นายเดียซิงห์ ซัทเทพ ยื่นคำร้องว่า นายเดียซิงห์เป็นบิดาของโจทก์ มีหุ้นอยู่ในร้านศิริเอเซียโดยโจทก์เป็นผู้จัดการและที่โจทก์ฟ้องคดีนี้นายเดียซิงห์รู้เห็นยินยอมด้วยจึงขอเป็นโจทก์ร่วม ศาลสั่งอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าผ้าที่ค้างเป็นเงิน ๒๑,๒๗๖.๒๕ บาท ให้โจทก์
จำเลยฎีกา
ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้รับฝากผ้าและซื้อเชื่อผ้าไปจากร้านศิริเอเซียซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน มีโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน แม้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์จะไม่มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้รายนี้ในนามของตนเองแต่ผู้เดียวก็ตาม แต่ภายหลังโจทก์ร่วมซึ่งเป็นหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งก็ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม การฟ้องเรียกหนี้รายนี้จากจำเลยจึงเป็นการเรียกเพื่อประโยชน์แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันทุกคนแล้ว โจทก์และโจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิฟ้องได้
ส่วนข้อเท็จจริงนั้น ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยทั้งสองได้ซื้อผ้าและรับฝากผ้าไปขายจากโจทก์จริง และฟังว่าจำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จริง อายุความย่อมสะดุดหยุดลง และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๑ จ.๒ จ.๓ ไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2509
นายเปียราซิงห์ ซัทเทพ โจทก์
นายเดียซิงห์ ซัทเทพ โจทก์ร่วม
นายกล่ำ ทองใบ ที่ 1
นางพยุง ทองใบ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเปียราซิงห์ ซัทเทพ · โจทก์ร่วม - นายเดียซิงห์ ซัทเทพ · 1 - นายกล่ำ ทองใบ ที่ · จำเลย - นางพยุง ทองใบ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายประมาณ ซันซื่อ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา