⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิดมีระวางโทษเบากว่ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำผิด ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิด ข้อ 14 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 เดิม ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี ในการลงโทษจำเลยสำหรับความผิดตามวรรคนี้จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 340 วรรค 4 ที่แก้ไขใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 ซึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.14 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก็ห้องว่าจำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาห้องอีก ๔ คน รวมกันปล้นทรัพย์รวมเป็นราคาทั้งสิ้น ๑๒,๙๗๐ บาทไป โดยจำเลยกับพวกใช้ปืนยิงหลายนัด ใช้ผ้าขาวม้าผูกแขนเจ้าทรัพย์ทั้งสองติดกัน เป็นการขู่ขวัญและใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเป็นความสะดวกในปล้นทรัพย์หาเอาทรัพย์ไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐,๘๓ ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๙,๓๔๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๓๔๐,๘๓ จำคุก ๒๐ ปี ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๙,๓๗๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลฏีกาเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ร่วมกับพวกปล้นทรัพย์เจ้าทุกข์รายนี้แต่ในการปรับบทลงโทษ เห็นว่า ขณะนี้ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ซึ่งมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ตามประกาศข้อ ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔๐ และมาตรา ๓๔๐ทวิ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความในมาตรา ๓๔๐ ใหม่ มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ที่แก้ไขใหม่ บัญญัติโทษฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงไว้ ให้มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ เดิม ซึ่งกำหนดโทษฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงไว้มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด จึงเป็นกฎหมายที่มีระวางโทษเบากว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ เดิม ที่ใช้ในขณะกระทำผิด กรณีเช่นนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓ บัญญัติไว้ว่าให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดไม่ว่าในทางใด จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๘๐ วรรค ๔ ที่แก้ไขใหม่ แต่เห็นว่ากำหนดโทษที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยมาให้จำคุก ๒๐ ปีนั้น เหมาะสมแก่กรณีแห่งความผิดแล้ว พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ มาตรา วรรค ๔ ส่วนการกำหนดโทษการสั่งเรื่องของกลางและการคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2515 อัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายปรีชา หรือแป้ง ราชสงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นายปรีชา หรือแป้ง ราชสงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เพชรคุปต์ · ชวน ูคำ · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายปราโมทย์ ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 4942/2554ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2064/2520ฎีกา 5414/2536ฎีกา 675/2551ฎีกา 2176/2543ฎีกา 9323/2554ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 721/2520ฎีกา 7664/2543ฎีกา 171/2547ฎีกา 3992/2539ฎีกา 7014/2553ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 3860/2540ฎีกา 668/2502ฎีกา 2079/2554ฎีกา 1524/2500ฎีกา 51/2502ฎีกา 778/2519ฎีกา 5355/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา