⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1375/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2515

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับมอบเงินจากผู้เสียหายเพื่อให้นำไปซื้อปอฝ้าย และพืชไร่ มาให้ผู้เสียหายภายในกำหนด แล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตามที่ผู้เสียหายมอบหมายกลับหลบหนีไปและได้นำเงินของผู้เสียหายไปใช้เสียหมด ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ด้วยว่า การที่จำเลยนำเงินของผู้เสียหายไปใช้นั้นเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้เสียหายโดยทุจริตแล้วจำเลยก็ต้องมีความผิดฐานยักยอกมิใช่เป็นเพียงผิดสัญญาในทางแพ่ง ศาลชั้นต้นสืบผู้เสียหายเป็นพยานปากเดียวแล้วสั่งงดสืบพยานต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดในทางอาญาหรือเป็นเพียงผิดสัญญาในทางแพ่งก็ต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ เวลากลางวันจำเลยได้รับมอบเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทของนายยงค์ เสรีวงศ์ เพื่อนำไปซื้อฝ้ายและปอให้นายยงค์ ต่อมาระหว่างวันเวลาตั้งแต่จำเลยรับมอบเงินไปจนถึงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุม ไม่ระบุวันเวลาการกระทำผิดให้ชัดแจ้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายหนึ่งปากแล้วงดสืบพยานโจทก์ ฟังว่า เป็นเรื่องผิดสัญญา จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินจำนวนนี้ ยังไม่มีความผิดฐานยักยอก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยไม่นำเงินของผู้เสียหายที่ตนครอบครองอยู่ไปซื้อปอและฝ้ายมาส่งมอบให้ผู้เสียหายตามกำหนดเวลา อาจเป็นเพียงผิดสัญญาในทางแพ่งได้ หากกรณีนั้นไม่ใช่เป็นการเบียดบังเอาเงินไปเป็นของตนโดยทุจริต คดีนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดในทางอาญา หรือเป็นเพียงผิดสัญญาในทางแพ่งเท่านั้น ควรฟังพยานของโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกาว่า กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่ง มิได้ทำผิดในทางอาญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบเงินจากผู้เสียหายเพื่อนำไปซื้อฝ้ายและปอให้ผู้เสียหาย แล้วจำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนเสีย หากคดีฟังได้ว่าได้รับมอบเงินจากผู้เสียหายเพื่อให้นาไปซื้อปอ ฝ้าย และพืชไร่มาให้ผู้เสียหายภายในกำหนดแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตามที่ผู้เสียหายมอบหมาย กลับหลบหนีไป และได้นำเงินของผู้เสียหายไปใช้เสียหมดดังนี้ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ด้วยว่า การที่จำเลยนำเงินของผู้เสียหายไปใช้นั้น เป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้เสียหายโดยทุจริตแล้วจำเลยก็ต้องมีความผิดฐานยักยอกมิใช่เป็นเพียงผิดสัญญาในทางแพ่งเช่นที่จำเลยฎีกามา แต่ข้อเท็จจริงของคดีนี้จะฟังได้ตามคำเบิกความของผู้เสียหายเพียงใดยังไม่ยุติ เพราะศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานทั้งของโจทก์และของจำเลยต่อไปเสีย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2515 อัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ หรือทรงศักดิ์ คำพรหม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายพงษ์ศักดิ์ หรือทรงศักดิ์ คำพรหม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายอธิราช มณีภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6229/2539ฎีกา 845/2543ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 369/2501ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 3374/2566ฎีกา 2386/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา