⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2066/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2066/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างนำทรัพย์สินของนายจ้างที่อยู่ในความครอบครองของตนไปขายเสียโดยไม่ได้นำไปใช้ตามที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างของโรงแรมโจทก์ร่วมทำหน้าที่เป็นช่างไฟฟ้าควบคุมเครื่องยนต์นำสตีมสำหรับทำน้ำร้อน และเครื่องซักผ้า และได้รับมอบหมายให้สั่งซื้อน้ำมันดีเซลมาใช้กับเครื่องยนต์ครั้งละ 6,000 ลิตร โดยบริษัทผู้ขายน้ำมันจะบรรทุกน้ำมันมาถ่ายลงถังที่โรงแรมโจทก์ร่วม และจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 เป็นผู้เซ็นรับในใบสั่งน้ำมัน คราวเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นคนขับรถส่งน้ำมันของบริษัทผู้ขายได้บรรทุกน้ำมันมาส่งให้โรงแรมโจทก์ร่วมตามที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อ จำเลยที่ 1 เป็นผู้เซ็นรับน้ำมัน และโจทก์ร่วมก็ได้จ่ายค่าน้ำมันไปแล้ว จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเอาน้ำมันดังกล่าวไปขายเสียไม่ได้ถ่ายน้ำมันลงเก็บในถังไว้ใช้กับเครื่องยนต์ ดังนี้ เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจร่วมกันลักน้ำมันเชลล์ดีโซลีนของบริษัทโรงแรมราชา จำกัด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ บริษัทโรงแรมราชา จำกัด เข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายซึ่งจำเลยฎีกาว่าตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของโรงแรมโจทก์ร่วมทำหน้าที่เป็นช่างไฟฟ้าควบคุมเครื่องยนต์ทำสตีมสำหรับทำน้ำร้อนและเครื่องซักผ้า และได้รับมอบหมายจากโจทก์ร่วมให้สั่งซื้อน้ำมันดีเซลจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยมาใช้กับเครื่องยนต์ครั้งละ 6,000 บาท โดยบริษัทเชลล์ฯ จะบรรทุกน้ำมันใส่รถยนต์มาถ่ายลงถังเก็บน้ำมันที่โรงแรมโจทก์ร่วม และจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 จะเป็นผู้เซ็นรับในใบสั่งน้ำมันนี้สำหรับน้ำมันรายที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งซื้อไปยังบริษัทเชลล์ฯ จำเลยที่ 3 เป็นผู้ขับรถบรรทุกน้ำมันไปส่งให้โรงแรมโจทก์ร่วมตามที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อจำเลยที่ 1 เป็นผู้เซ็นรับน้ำมันนั้น และโรงแรมโจทก์ร่วมได้จ่ายเงินค่าน้ำมันจำนวนนี้เป็นเงิน 4,050 บาทให้บริษัทเชลล์ฯ ไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเอาน้ำมันจำนวนนี้ไปขายเสีย ไม่ได้เอาน้ำมันถ่ายเก็บลงในถังน้ำมัน ดังนี้ จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้ครอบครองน้ำมันนั้นแต่อย่างใด การให้อำนาจจำเลยสั่งซื้อน้ำมันมิได้หมายความว่าให้จำเลยครอบครองน้ำมันนั้น จำเลยทั้งสามร่วมกันเอาน้ำมันไปขายเสียโดยมิชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ผิดฐานยักยอก ข้อเท็จจริงไม่แตกต่างกับฟ้องฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2066/2515 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายดิเรก บูรณะ ที่ 1 นายประยงค์ ศรีสอาด ที่ 2 จำเลย นายสุวิทย์ ลือลาภ ที่ 3 จำเลย โจทก์ร่วม จำเลย บริษัทโรงแรมราชา จำกัด โดยนายนิยม ชลนพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายดิเรก บูรณะ ที่ 1 นายประยงค์ ศรีสอาด ที่ 2 · จำเลย - นายสุวิทย์ ลือลาภ ที่ 3 · จำเลย - โจทก์ร่วม · จำเลย - บริษัทโรงแรมราชา จำกัด โดยนายนิยม ชลนพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1057/2514ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1140/2507ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 979/2501ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 2845/2543ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 5090/2565ฎีกา 8552/2552ฎีกา 3613/2549ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา