⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2195/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2195/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่วันเวลาที่เกิดเหตุแตกต่างจากที่กล่าวในฟ้องเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อแตกต่างในสาระสำคัญ หากจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ก็จะยกฟ้องด้วยเหตุนี้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีความผิดฐานปล้นทรัพย์ แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาว่าเกิดเหตุวันที่ 8 ธันวาคม 2513 แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าเกิดเหตุวันที่ 7 ธันวาคม 2513ก็จริง แต่ก็มิใช่เป็นข้อแตกต่างในสารสำคัญ เพราะวันเวลาที่เกิดเหตุเป็นเพียงรายละเอียดที่โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 เท่านั้นและเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ก็จะยกฟ้องด้วยเหตุนี้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๓ เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก ๒ คนมีไม้เป็นอาวุธ ร่วมกันปล้นเอาเงินสดของนายอ่อนไป๕ บาท โดยใช้ไม้ขู่เข็ญจะทำร้ายนายอ่อนด้วยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง และจำเลยหลงข้อต่อสู้จะลงโทษจำเลยไม่ได้พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ทางพิจารณาได้ความว่า เหตุเกิดคนละวันกับที่โจทก์ระบุมาในฟ้องวันเกิดเหตุเป็นรายละเอียดในฟ้องหาใช่ข้อสารสำคัญไม่ และจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ จะยกฟ้องเพราะเหตุฟ้องผิดวันไม่ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาว่าเกิดเหตุวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๓ แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า เกิดเหตุวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๓ ก็จริง แต่ก็มิให้เป็นข้อแตกต่างในข้อสารสำคัญ เพราะวันเวลาที่เกิดเหตุเป็นเพียงรายละเอียดที่โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ เท่านั้น และจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้เพราะจำเลยเบิกความได้ความว่า วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๓ ที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดนั้นจำเลยมิได้ปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย เป็นแต่จำเลยไปขอเงินผู้เสียหายที่บ้านผู้เสียหายเท่านั้น เห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเบิกความได้ตรงตามข้อหา แม้จำเลยจะเบิกความต่อไปอีกว่า วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๓ จำเลยอยู่บ้านตลอดวัน มิได้หนีไปไหน ก็หมายความว่าจำเลยต่อสู้ว่ามิได้กระทำผิดฐานปล้นทรัพย์นั่นเอง จึงเห็นได้ว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้แต่อย่างใด ฉะนั้นจะยกฟ้องโจทก์ด้วยเหตุนี้มิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2195/2515 พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นายแสงทอง หรือปิง แสนพัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นายแสงทอง หรือปิง แสนพัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม สถิตย์ทอง · สุธรรม วรรณแสง · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา