⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2241/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2241/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 นั้น ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ต่อเมื่อเห็นสมควรเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

คดีเดิมจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อเรือนออกไปจากที่พิพาท โจทก์ต่อสู้ว่าซื้อที่พิพาทจากตัวแทนจำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การตั้งตัวแทนไม่มีหนังสือมอบอำนาจมาแสดง รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้อ้างว่า ซื้อที่พิพาทจากตัวแทนจำเลยขอให้บังคับจำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นฟ้องซ้ำและคู่ความตกลง ท้ากันให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 หรือไม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าขณะที่โจทก์จำเลยท้ากันให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อนี้และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้ตามคำท้านั้น ศาลอุทธรณ์ยังมิได้พิพากษาคดีเดิม คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ส่วนจะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามมาตรา 144หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นที่คู่ความท้ากัน เมื่อไม่เห็นสมควร ศาลฎีกาก็ไม่หยิบยกขึ้นวินิจฉัย (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 31/2515)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ ๒ ตัวแทนจำเลยที่ ๑และได้ชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยไม่ยอมโอน ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ขายที่พิพาทให้โจทก์ ในที่พิพาทมีเรือนโจทก์ปลูกอยู่ จำเลยที่ ๑ ฟ้องขับไล่ตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๙/๒๕๑๑ ซึ่งโจทก์ต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ขายที่พิพาทให้โจทก์ อันเป็นประเด็นซึ่งศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยแล้วว่า ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๒ ทำการแทนจำเลยที่ ๑ นั้น โจทก์ไม่มีหนังสือมอบอำนาจมาแสดงรับฟังไม่ได้แม้โจทก์อุทธรณ์ แต่ประเด็นข้อนี้โจทก์หาได้ยกขึ้นอุทธรณ์ไม่จึงเป็นอันถึงที่สุดแล้ว โจทก์จะยกเอาประเด็นข้อนี้ขึ้นฟ้องร้องเป็นคดีนี้อีกไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๘ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน โจทก์ฟ้องบังคับให้โอนที่ดินไม่ได้ วันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงท้ากันให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่าคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๙/๒๕๑๑ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ หรือไม่ถ้าต้องห้ามโจทก์ยอมแพ้ หากไม่ต้องห้าม จำเลยยอมแพ้คดี แล้วโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลพิพากษาตามที่ท้ากันนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่ต้องห้าม แต่โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ ๒ ให้โอนที่พิพาทไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ โอนที่พิพาทแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ จัดการขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ได้ซื้อไว้ และได้ครอบครองปลูกเรือนอยู่อาศัยตลอดมา กับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๙/๒๕๑๑ ที่จำเลย (โจทก์ในคดีนี้) ให้การต่อสู้ว่าในระหว่างที่โจทก์ (จำเลยที่ ๑ คดีนี้)กำลังขอให้ทางสำนักงานที่ดินออกโฉนดที่พิพาทอยู่นั้น ตัวแทนโจทก์ได้จัดการขายที่พิพาทให้จำเลย ซึ่งจำเลยได้ซื้อไว้โดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและได้ครอบครองโดยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาทั้งได้ทำการก่อสร้างบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยขึ้น ๑ หลัง ประมาณ ๕ ปีแล้วนั้นมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน และในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๙/๒๕๑๑ ศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ว่าที่จำเลย (โจทก์คดีนี้) อ้างว่านายปราณี ศิริธร ทำการแทนโจทก์(จำเลยที่ ๑ คดีนี้) จำเลยไม่มีหนังสือมอบอำนาจมาแสดงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ เป็นการต้องห้ามมิให้นำสืบ จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ซื้อที่พิพาทมาจากโจทก์ จำเลยเข้าปลูกเรือนในที่พิพาทโดยไม่มีสิทธิ แล้วจำเลย (โจทก์คดีนี้) ได้อุทธรณ์ในคดีนั้นต่อมา ขอให้ศาลอุทธรณ์รับฟังว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินที่จำเลยได้รับซื้อมาจากโจทก์ เพราะนายปราณี ศิริธร เป็นตัวแทนของโจทก์ให้มาทำการขายที่พิพาท ซึ่งเป็นประเด็นที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์รวมมากับประเด็นอื่นแล้ว ดังนี้ ประเด็นข้อนี้จึงยังไม่ยุติดังที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะที่โจทก์จำเลยท้ากันให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อนี้ และศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แพ้ตามคำท้านั้นศาลอุทธรณ์ยังมิได้พิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๙/๒๕๑๑คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่จึงเห็นว่าฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ส่วนจะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามมาตรา ๑๔๔ หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นที่คู่ความท้ากัน และศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ไม่สมควรที่จะหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2241/2515 นายกองชัย วรรณฤทธิ์ โจทก์ นางสาวสาลี่ สกุลแถว ที่ 1 นายปราณี ศิริธร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกองชัย วรรณฤทธิ์ · จำเลย - นางสาวสาลี่ สกุลแถว ที่ 1 นายปราณี ศิริธร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทัย ศุภนิตย์ · จรัญ อิศระ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายมีพาศน์ โปตระนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา