คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดจากการถูกดูหมิ่นประมาท จะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรงและเป็นไปตามปกติแห่งผลของละเมิดเท่านั้น การเรียกร้องค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุเกินกว่าผลโดยตรงของละเมิดนั้น ไม่อาจนำมาเรียกได้
โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงตามจำนวนที่เรียกร้อง
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยด่าบุตรโจทก์อันมีความหมายทำนองว่า โจทก์และบุพการีเป็นคนสำส่อน มีบุตรกับชายอื่นซึ่งมิใช่สามีของตนนั้น เป็นความเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงและตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับการค้าขายของโจทก์ โจทก์จะอ้างว่าประชาชนดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์และเรียกค่าเสียหาย เนื่องจากรายได้จากการค้าขายของโจทก์ตกต่ำลงหลังเกิดเหตุได้ไม่ เพราะเป็นการเรียกร้องค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุมาก
ในเรื่องค่าเสียหาย โจทก์เป็นฝ่ายที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าตนได้เสียหายจริงตามจำนวนที่ฟ้องเรียกร้องจากจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยด่าเด็กหญิงดวงจันทร์บุตรโจทก์ว่า "มึงนั่นแหละลูกอีเหล่าท้องป่า" ต่อหน้าประชาชน ซึ่งมีความหมายว่า เหล่าตระกูลของบุตรโจทก์ตั้งครรภ์กับชายอื่นมิใช่กับสามี เป็นการใส่ความโจทก์และบุพการี ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง โจทก์เคยค้าขายถัวเฉลี่ยเดือนละประมาณ ๒ หมื่นบาท บัดนี้ขายได้เพียงเดือนละไม่เกิน ๑ พันบาท โจทก์เสียหาย ๘ หมื่นบาท ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวนนี้
จำเลยต่อสู้หลายประการและว่า ความเสียหายที่โจทก์อ้างไม่เกี่ยวเนื่องกับฐานะอย่างโจทก์และท้องถิ่นที่ตั้งร้านค้า
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐ บาท
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยด่าเด็กหญิงดวงจันทร์บุตรโจทก์ อันมีความหมายทำนองว่าโจทก์และบุพการีของโจทก์เป็นคนสำส่อน มีบุตรกับชายอื่นซึ่งมิใช่สามีของตนนั้นเป็นความเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียงและตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับการค้าขายของโจทก์ ที่โจทก์นำสืบว่ารายได้จากการค้าขายของโจทก์ตกต่ำลงหลังจากเกิดเหตุเรื่องนี้ เพราะประชาชนดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์นั้น ไม่น่าเชื่อ และเป็นการเรียกร้องค่าเสียที่ไกลเกินกว่าเหตุมากเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐ บาท จำเลยไม่อุทธรณ์ นับว่าเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว
ที่โจทก์ฎีกาว่าตามหลักแห่งคดีแพ่ง เมื่อจำเลยไม่สืบให้ได้ว่าโจทก์เสียหายเท่าใด ศาลต้องให้ตามที่โจทก์เรียกร้องมานั้น เป็นเรื่องโจทก์เข้าใจผิด เพราะในเรื่องค่าเสียหาย โจทก์เป็นฝ่ายที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าตนได้เสียหายจริงตามจำนวนที่ฟ้องมา ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2515
นางซิ้น บุญเครือชู โจทก์
นางทองอยู่ อินทรภูติ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางซิ้น บุญเครือชู · ล. - นางทองอยู่ อินทรภูติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รัตน์ ศรีไกรวิน · ประสม เภกะสุต · ถนอม ครูไพศาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายประเสริฐ อัตชู · ศาลอุทธรณ์ - นายเวช ชพานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา