⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2720/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทตามผลการตรวจสภาพที่พิพาท และตกลงยอมรับผลการวินิจฉัยของศาลแล้ว คู่ความย่อมผูกพันตามข้อตกลงนั้น และไม่อาจโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลได้วินิจฉัยจากการตรวจสภาพที่พิพาทได้อีก

ย่อคำพิพากษา

คู่ความตกลงกันขอให้ศาลไปดูสภาพที่พิพาทที่ดินของ ค.ที่ดินของจำเลยที่ 2 และที่ดินรอบๆ ประกอบกัน ถ้าศาล เห็นว่าที่พิพาทและที่ซึ่งโจทก์ว่าเป็นของ ค. และของจำเลยที่ 2 มีลักษณะเป็นสวนยางแปลงเดียวกัน โจทก์ยอมแพ้ ถ้าศาลเห็นว่าเป็นคนละแปลงโจทก์ชนะ มีลักษณะเหมือนกับคำท้าของคู่ความว่า จะยอมแพ้ชนะกันอย่างไร เท่ากับว่าถ้าศาลมีความเห็นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังที่ได้ตกลงกันไว้ คู่ความก็ยอมให้แพ้ ชนะ กันตามความเห็นของศาล เมื่อศาลไปตรวจดูแล้วเห็นว่า เป็นสวนยางแปลงเดียวกัน โจทก์ก็ต้องแพ้โจทก์จะฎีกาเถียงข้อเท็จจริงในการที่ศาลไปดูสภาพที่ดินว่าควรจะเป็นคนละแปลง ฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินสวนยาง จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปปลูกขนำในที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้ร้องเรียนให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแล้ว แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยบุกรุกเข้าไปปลูกขนำในที่ดินโจทก์ จำเลยที่ 2 มีสวนยางหนึ่งแปลงอยู่ติดกับที่นายรุ่น นางฉาย บิดามารดาโจทก์ นางฉายขอรับรองการทำประโยชน์ ได้นำรังวัดรุกล้ำเข้ามาในที่ดินจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้คัดค้านแล้ว โจทก์แถล้งกล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ซึ่งศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่เคยบุกรุกหรือปลูกขนำกับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ปลูกขนำในที่ของจำเลยที่ 2 เอง คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้สามปาก คู่ความตกลงกันขอให้ศาลไปดูสภาพของที่พิพาท ที่ดินของนายคุด ที่ดินของจำเลยที่ 2 และที่ดินรอบ ๆ ประกอบกัน ถ้าศาลเห็นว่าที่พิพาทและที่ซึ่งโจทก์ว่าเป็นของนายคุดและของจำเลยที่ 2 มีลักษณะเป็นสวนยางแปลงเดียวกันโจทก์ยอมแพ้ ถ้าศาลเห็นว่าเป็นคนละแปลง โจทก์ชนะ ศาลได้ไปตรวจสภาพของที่แล้วเห็นว่า ที่พิพาทและที่ซึ่งโจทก์ว่าเป็นของนายคุดกับที่ของจำเลยที่ 2 น่าจะเป็นสวนยางแปลงเดียวกัน โจทก์จึงต้องแพ้พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันให้ศาลไปตรวจดูสภาพของที่ดิน ถ้าศาลเห็นว่าที่พิพาทและที่ซึ่งโจทก์ว่าเป็นของนายคุดและของนายแนมมีลักษณะเป็นสวนยางแปลงเดียวกัน โจทก์ยอมแพ้ ศาลได้ไปตรวจดูสภาพของที่ดินตามที่คู่ความตกลงกันดังกล่าวแล้ว เห็นว่าที่พิพาทและที่ซึ่งโจทก์ว่าเป็นของนายคุดและของจำเลย น่าจะเป็นสวนยางแปลงเดียวกัน โจทก์จึงต้องแพ้ตามที่ยอมไว้ในข้อตกลงนั้นซึ่งมีลักษณะเหมือนกับคำท้าของคู่ความว่าจะยอมแพ้ชนะกันอย่างไรในคดีนี้จึงเท่ากับว่าถ้าศาลมีความเห็นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังที่ได้ตกลงกันไว้ คู่ความก็ยอมให้แพ้ชนะกันตามความเห็นของศาลที่ได้ไปตรวจดูสภาพของที่พิพาทและที่ข้างเคียงมาแล้วนั้น โจทก์ฎีกาเถียงข้อเท็จจริงในการที่ศาลไปดูสภาพที่ดินว่าควรจะเป็นคนละแปลงจึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2515 นายเพ็ง ชัยพินิจ โจทก์ นายกลิ่น สินธู ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพ็ง ชัยพินิจ · จำเลย - นายกลิ่น สินธู ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 5285/2537ฎีกา 1065/2513ฎีกา 2881/2532ฎีกา 816/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา