⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2822/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงข้อความหมิ่นประมาทในจดหมายให้บุคคลที่สามทราบ ถือเป็นการใส่ความผู้เสียหายแล้ว แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้เขียนจดหมายนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยแสดงข้อความในจดหมายที่ได้รับจากผู้อื่นให้บุคคลที่สามทราบโดยรู้อยู่ว่าจดหมายนั้นมีข้อความหมิ่นประมาทผู้เสียหาย นับว่าจำเลยได้ใส่ความผู้เสียหาย แล้วไม่ต่างอะไรกับที่จำเลยได้กล่าวด้วยถ้อยคำวาจา และเมื่อบุคคลที่สามเข้าใจข้อความในจดหมายนั้นแล้วการกระทำของจำเลยก็ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยจะได้กล่าวยืนยันข้อความนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เป็นข้อสำคัญ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.332

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำเอกสารที่มีข้อความหมิ่นประมาทนายนิรันดร์ ให้นายสำราญอ่านโดยมีนายสวัสดิ์ร่วมฟังด้วย ในเอกสารดังกล่าวมีใจความว่านายนิรันดร์ได้เข้าหุ้นกับผู้มีชื่อซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ถูกรางวัลที่ 1 นายนิรันดร์ไปรับเอาเงินรางวัลแต่ผู้เดียวคงแบ่งให้ผู้เข้าหุ้นด้วยเพียงห้าพันบาทแล้วหลบหนีไป ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาหมิ่นประมาทใส่ความ ทำให้นายนิรันดร์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เจ้าพนักงานยึดเอกสารที่มีข้อความหมิ่นประมาท 2 ฉบับไว้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 332 และสั่งทำลายของกลาง จำเลยให้การว่า ได้รับจดหมายซึ่งส่งมาจากผู้มีชื่อ มีข้อความตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องจริง ข้อความนั้นเป็นจริงหรือเท็จอย่างไร จำเลยไม่ทราบ จำเลยอ่านจดหมายเองจะมีผู้ใดได้ยินหรือไม่ จำเลยไม่ทราบ จำเลยไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ให้จำคุก 1 เดือน เอกสารของกลางให้ทำลายเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยเพียงแต่ยื่นจดหมายที่มีผู้นำมาส่งให้จำเลย ให้นายสำราญเพราะนายสำราญถามว่าหนังสืออะไร ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงในหนังสือนั้น และถือไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาใส่ความผู้เสียหาย การที่นายสำราญอ่านจดหมายนั้นดัง ๆ จนนายสวัสดิ์ได้ยิน ก็เป็นการกระทำของนายสำราญเอง คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงข้อความในจดหมายให้ปรากฏแก่บุคคลที่สาม จำเลยย่อมมีเจตนาที่จะให้บุคคลที่สามทราบเรื่องราวในจดหมายนั้น เมื่อจำเลยรู้อยู่ว่าจดหมายมีข้อความหมิ่นประมาททำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ก็นับว่าจำเลยได้ใส่ความผู้เสียหายด้วยถ้อยคำนั้นแล้ว ไม่ต่างอะไรกันกับจำเลยกล่าวถ้อยคำนั้นด้วยวาจา โดยเฉพาะคดีนี้ การที่จำเลยได้เอาจดหมายดังกล่าวให้นายสวัสดิ์อ่าน ก่อนที่นายสำราญจะมาถึงที่เกิดเหตุโดยนายสวัสดิ์ไม่ได้ร้องขอก็แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยได้แจ้งชัดว่าจำเลยต้องการให้บุคคลที่สามรู้เรื่องราวในจดหมายนั้นมาแต่แรกแล้ว การที่นายสำราญถามจำเลยว่าหนังสืออะไร ก็ไม่ทำให้จำเลยมีความชอบธรรมที่จะเอาข้อความในจดหมายนั้นเปิดเผยแก่นายสำราญอันจะเป็นข้อแก้ตัวให้จำเลยพ้นผิดไปได้ เมื่อนายสำราญเข้าใจข้อความในจดหมายนั้นแล้ว การกระทำของจำเลยก็ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยจะได้กล่าวยืนยันข้อความนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เป็นข้อสำคัญที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดนั้นชอบแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยหนักไป พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่การวางกำหนดโทษ คงให้ลงโทษปรับจำเลยหนึ่งพันบาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2515 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายเหมือน ศรีสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายเหมือน ศรีสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียบ หุตางกูร · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · พิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 291/2536ฎีกา 426/2512ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 295/2505ฎีกา 1273/2506ฎีกา 3992/2539ฎีกา 5393/2534ฎีกา 3/2542ฎีกา 110/2516ฎีกา 1140/2522ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1208/2506ฎีกา 1105/2519ฎีกา 117/2529ฎีกา 858/2523ฎีกา 148/2543ฎีกา 108/2525ฎีกา 2172/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา