⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 896/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2515

ป.อาญา ม.288, 294 · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างในฟ้องในสาระสำคัญ ศาลต้องยกฟ้องโจทก์

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83. ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปและผู้ตายตายด้วยมีดของฝ่ายจำเลยในที่ชุลมุนต่อสู้นั้น โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนแทง ดังนี้ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังกล่าวในฟ้องในข้อสารสำคัญ ต้องยกฟ้องโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.294

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.294 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2512 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยกับพวกอีกสี่คนร่วมกันใช้มีดปลายแหลมแทงทำร้าย นายบุญ ยอดแก้ว และ นายมั่น เพิ่มปัญญา โดยเจตนาฆ่านายบุญและนายมั่นถึงแก่ความตายในวันเวลาเดียวกันนั้นเอง เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83ริบมีดที่ใช้กระทำผิดของกลางด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า ผู้ตายถูกแทงถึงแก่ความตายในที่ชุลมุนต่อสู้ระหว่างคนตั้งแต่สามคนขึ้นไป จำเลยยังไม่มีความผิดฐานร่วมกันกับพวกฆ่าผู้อื่น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 294 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่า การกระทำเป็นการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และโจทก์มิได้บรรยายฟ้องมา จึงเป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องในข้อสารสำคัญ ลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ของกลางริบ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์ว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามทางพิจารณาว่ากรณีเป็นการชุลมุนต่อสู้ทำร้ายกันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และนายบุญกับนายมั่นถึงแก่ความตายในที่ชุลมุนต่อสู้กันด้วยมีดของฝ่ายจำเลย จะลงโทษจำเลยได้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงเป็นสารสำคัญว่า จำเลยกับพวกอีก 4 คน ร่วมกันใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงทำร้ายร่างกายนายบุญและนายมั่นถึงแก่ความตาย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกอีก 4 คนฝ่ายหนึ่ง ผู้ตายกับพวกอีกสองคนฝ่ายหนึ่ง ได้ชุลมุนต่อสู้ทำร้ายกัน ผู้ตายถูกแทงถึงแก่ความตายโดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนแทงในการชุลมุนต่อสู้นั้น สารสำคัญในการกระทำผิดตามที่พิจารณาได้ความคือมีการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป แต่ตามฟ้องคดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีข้อความตอนใดบรรยายถึงข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญของความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ เป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย ซึ่งจะมีผลให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 ได้ด้วย ที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดทางอาญาฐานฆ่าคนโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และอยู่ในหมวดเดียวกันนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำผิดแต่ละฐานเป็นคนละบทมาตรากัน นอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าทำให้จำเลยหลงต่อสู้อีกด้วย ฉะนั้นเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยกับพวกอีก 4 คนร่วมกันใช้มีดแทงทำร้ายร่างกายนายบุญและนายมั่นแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีการชุลมุนต่อสู้กันแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสารสำคัญ หาใช่เพียงแตกต่างกันในข้อที่ไม่ใช่สารสำคัญดังโจทก์ฎีกาไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ 1280/2513 ตามที่โจทก์อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับในคดีเรื่องนี้ เพราะในคดีนั้นโจทก์ได้บรรยายฟ้องในความผิดฐานชิงทรัพย์ว่า จำเลยได้ขู่เข็ญ เพื่อความสะดวกในการพาเอาทรัพย์ไป ให้ยื่นทรัพย์ให้และถือเอาทรัพย์ไว้ ซึ่งการขู่เข็ญนั้นก็เป็นความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 อยู่ในตัว เมื่อโจทก์ได้กล่าวมาในคำบรรยายฟ้องแล้ว จึงลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2515 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายสมชาย หรือชาย แก้ววิเชียร ที่ 1 นายเฉลิม พงษ์จังหรีด ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายสมชาย หรือชาย แก้ววิเชียร ที่ 1 นายเฉลิม พงษ์จังหรีด ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศวิต สมหวัง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559ฎีกา 831/2532ฎีกา 573/2466ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา