⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1249/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ศาลเคยพิพากษาว่าบันทึกข้อตกลงหลังทะเบียนหย่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในคดีก่อน ไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จากจำเลยตามกฎหมายในคดีใหม่ 2. มารดาจะฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จากบิดาได้ ก็ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งถอนบิดาจากการเป็นผู้ปกครอง และตั้งมารดาเป็นผู้ปกครองใหม่แล้ว

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จากจำเลยอ้างว่ามีข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงหลังทะเบียนหย่าศาลพิพากษาว่าบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายรับผิดไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องคดีใหม่เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จากจำเลยอ้างว่าจำเลยมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1536 ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ มารดาในฐานะส่วนตัว ไม่มีสิทธิเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จากบิดาของบุตร จนกว่าจะได้ร้องขอต่อศาลให้ถอนบิดาจากการเป็นผู้ปกครองเสียก่อน โดยขอตั้งมารดาผู้เป็นโจทก์เป็นผู้ปกครองใหม่แล้วจึงจะใช้สิทธิเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จากบิดาของบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1536 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1536 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1552

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ชื่อเด็กชายขจรเดช ต่อมาโจทก์จำเลยได้จดทะเบียนหย่ากัน และตกลงให้โจทก์เลี้ยงดูบุตรจำเลยจะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาของบุตรเดือนละ ๓๐๐ บาท จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะจำเลยส่งเงินให้โจทก์สามเดือนแรกแล้วเงียบเฉยจำเลยมีหน้าที่ให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๖โจทก์ติดใจเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรหนึ่งปีก่อนฟ้องเพียงเดือนละ๒๐๐ บาท ขอให้บังคับให้จำเลยใช้เงิน ๒,๔๐๐ บาท และใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูค่าการศึกษาเดือนละ ๓๐๐ บาท จนกว่าเด็กชายขจรเดชจะบรรลุนิติภาวะ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงจะให้ค่าเลี้ยงดูเด็กชายขจรเดชเดือนละ ๓๐๐ บาท โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเลี้ยงดูเด็กชายขจรเดชที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ศาลจังหวัดศรีสะเกษและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุดโจทก์ฟ้องคดีนี้อีกเป็นฟ้องซ้ำโจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้ำ และโจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีแพ่งของศาลจังหวัดศรีสะเกษหมายเลขแดงที่ ๑๑๕/๒๕๑๐ โจทก์ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายขจรเดช อ้างว่ามีข้อตกลงตามบันทึกหลังทะเบียนหย่า เมื่อศาลจังหวัดศรีสะเกษวินิจฉัยว่าข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายจะต้องรับผิดใช้เงินค่าอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้แล้วพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงมาฟ้องเรื่องนี้อ้างว่าจำเลยมีหน้าที่จะต้องเลี้ยงดูเด็กชายขจรเดช ร่วมกับโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๖ เช่นนี้ เห็นว่าข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการเรียกร้องให้จำเลยใช้เงินค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายขจรเดชในคดีเรื่องก่อนกับในคดีเรื่องนี้ต่างกัน และประเด็นที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษได้วินิจฉัยในคดีเรื่องก่อนเป็นเรื่องความรับผิดของจำเลยตามข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลย แต่ประเด็นซึ่งจะต้องวินิจฉัยในคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องหน้าที่ของบิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่เด็กชายขจรเดช เมื่อประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน โจทก์ฟ้องในคดีเรื่องนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ แต่ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะส่วนตัว และไม่ปรากฏในทางพิจารณาว่าได้มีการเปลี่ยนตัวผู้ปกครองเด็กชายขจรเดชจากจำเลยมาเป็นโจทก์โดยถูกต้องตามกฎหมาย อำนาจปกครองยังอยู่ที่จำเลยโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรจากจำเลยจนกว่าจะได้ร้องต่อศาลขอให้ถอนจำเลยจากการเป็นผู้ปกครองเสียก่อน โดยขอตั้งโจทก์เป็นผู้ปกครองแล้วจึงใช้สิทธิเรียกค่าเลี้ยงดูเด็กชายขจรเดชจากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๖ ได้ (อ้างฎีกาที่ ๖๖๙/๒๕๐๖) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2516 นางอุทัยวรรณ ชาติมนตรี โจทก์ นายประสพ ใจตรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุทัยวรรณ ชาติมนตรี · จำเลย - นายประสพ ใจตรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายชุ่ม ชื่นสนธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา