⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1814/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2516

ป.พ.พ. ม.420, 425 · ป.วิ.แพ่ง ม.57, 58, 75 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากมีบุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในคดี โดยอ้างว่าตนมีส่วนได้เสียในที่ดินพิพาท และการดำเนินคดีอาจกระทบต่อสิทธิของตน ศาลชอบที่จะอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นคู่ความได้ โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ร้องในที่ดินพิพาทในชั้นนี้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ทำหรือเปิดทางเดินตามสัญญาซื้อขายที่ดินจำเลยให้การว่าไม่มีข้อตกลงว่าจะเปิดทางเดินก่อนถึงวันนัดฟังคำพิพากษา 1 วัน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยทำหรือเปิดทางเดินในที่พิพาทเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดิน จึงขอให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ดังนี้ คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ชอบที่ศาลจะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความตามขอ จะยกคำร้องโดยอ้างว่าผู้ร้องอาจพิสูจน์สิทธิในที่พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(1)(2) หาชอบไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.75 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.75 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 30 เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2513 กรณีของคดีนี้เนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ทำหรือเปิดทางเดินตามสัญญาซื้อขายจัดสรรที่ดินของจำเลย ซึ่งตกลงขายให้โจทก์แต่ละคน คนละ 1 แปลง จำเลยให้การว่า ไม่ได้ขายที่ดินให้โจทก์ที่ 1 และ 2 แต่รับว่าได้ขายที่ดินให้โจทก์ที่ 3, 4 จริง แต่ไม่มีข้อตกลงว่าจะเปิดทางเดินดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คดีแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย พิพากษาห้ามจำเลยปิดกั้นซอยพิพาทตามแผนที่ของศาล จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ทำการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 2 ตุลาคม 2513 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2513 นางสงวนผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินแปลงพิพาท โดยคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครสวรรค์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 378/2512 ระหว่าง นางสงวน ใยวิจิตร กับพวก โจทก์ จ่าสิบเอกโชติ วีระเดช กับพวก จำเลยโจทก์ฟ้องคดีนี้ให้จำเลยทำหรือเปิดทางเดินในที่ดินพิพาท จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินแปลงพิพาท จึงขอให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ศาลชั้นต้นเห็นว่าได้นัดฟังคำพิพากษาแล้ว คำพิพากษามีผลเฉพาะคู่ความ ส่วนบุคคลภายนอกอาจพิสูจน์ว่าตนมีสิทธิดีกว่าได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(1)(2) ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความต่อสู้คดีกับโจทก์จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) โจทก์ทั้งสี่ฎีกา คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่กรรมศาลฎีกาอนุญาตให้นางลักขณา ศรีสุขวงษ์ ทายาทจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเพื่อขอให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิในการที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินแปลงพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 75(1) ซึ่งบัญญัติไว้เพื่อให้บุคคลที่ 3 ได้รับความคุ้มครองสิทธิของตนที่มีอยู่โดยทันที ไม่จำต้องฟ้องคดีหลายเรื่อง เฉพาะคดีนี้ปรากฏว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องก็ได้ยื่นคำร้องเข้ามาเป็นคู่ความตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยอ้างเหตุว่า ผู้ร้องอาจพิสูจน์สิทธิในที่พิพาทได้ต่างหากดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(1)(2) นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะการเป็นความสองเรื่อง โดยปกติทำให้ยุ่งยากมากกว่ารวมพิจารณาเป็นเรื่องเดียว ที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความตามที่ผู้ร้องสอดร้องขอมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมผู้ร้องในชั้นนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2516 จ่าสิบเอกโชติ วีระเดช ที่ 1 นายสัมพันธ์ ชาตะวัฒนะ ที่ 2 โจทก์ นายสมใจ พงษ์โสภา ที่ 3 นางสาวพัง ทองอร่าม ที่ 4 โจทก์ นางสังวาลย์ รัตนศรี โดยนางลักขณา ศรีสุขวงษ์ ผู้รับมรดกความ จำเลย ผู้ร้องสอด จำเลย นางสงวน ใยวิจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบเอกโชติ วีระเดช ที่ 1 นายสัมพันธ์ ชาตะวัฒนะ ที่ 2 · โจทก์ - นายสมใจ พงษ์โสภา ที่ 3 นางสาวพัง ทองอร่าม ที่ 4 · จำเลย - นางสังวาลย์ รัตนศรี โดยนางลักขณา ศรีสุขวงษ์ ผู้รับมรดกความ · จำเลย - ผู้ร้องสอด · จำเลย - นางสงวน ใยวิจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ · วิทูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 2962/2543ฎีกา 8747/2558ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา