คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2501/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงปัญหาเรื่องขั้นของการกระทำผิดว่ายังเป็นความผิดสำเร็จแล้วหรือเป็นเพียงขั้นพยายาม โดยไม่ได้แก้โทษ ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อยที่จำเลยไม่อาจฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำการลักทรัพย์ยังไม่บรรลุผลเป็นเพียงขั้นพยายามลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7),80ให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จแล้วไม่ใช่พยายามกระทำผิด แต่คงให้จำคุกเท่าเดิม การที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้ในปัญหาเรื่องขั้นของการกระทำผิดว่ายังอยู่ในขั้นพยายามหรือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้วโดยไม่ได้แก้โทษเช่นนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายวินัย สุขเจริญ เยาวชนซึ่งอยู่ในอำนาจศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ได้ร่วมกันลักเอาสายเคเบิลของบริษัทส่งเสียงทางสาย จำกัด ซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยจำเลยกับพวกตัดเอาไปจากที่ขึงอยู่ตามถนน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 345 (1) (7) (10), 83 คืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับนายวินัย สุขเจริญ ในขณะที่กำลังม้วนสายเคเบิลที่ถูกตัด ยังไม่เสร็จการกระทำยังไม่บรรลุผล จึงเป็นเพียงชั้นพยายามลักทรัพย์ จำเลยไปยืนร่วมกับนายวินัยก่อนนายวินัยลักทรัพย์ แล้ววิ่งหนีไปด้วยกันแสดงว่ามีเจตนาร่วมกันลักทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เวลากลางคืนแต่สายเคเบิลของบริษัทส่งเสียงทางสาย จำกัดไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ จึงให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) ประกอบด้วยมาตรา 80 คืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายวินัย สุขเจริญ ขึ้นต้นหางนกยูงไปตัดสายเคเบิลขาดแล้วลงมาม้วนสายเคเบิลนั้นอยู่ พอเจ้าพนักงานตำรวจวิ่งไปจับ นายวินัยกับจำเลยก็พากันวิ่งหนีไป ถือได้ว่าการกระทำการลักทรัพย์รายนี้บรรลุผลแล้ว โดยจำเลยร่วมกระทำผิดด้วย พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) (7), 83คงให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน เท่าเดิม
จำเลยฎีกาว่า ไม่ได้กระทำผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งรับโดยเห็นว่าศาลอุทธรณ์แก้บทลงโทษจำเลย เป็นการแก้ไขมาก
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำการลักทรัพย์ยังไม่บรรลุผล เป็นเพียงชั้นพยายาม ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 (1) (7) ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จแล้วไม่ใช่พยายามกระทำผิด แต่คงให้จำคุกเท่าเดิม การที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้ไขปัญหาเรื่องขั้นของการกระทำผิดว่ายังอยู่ในชั้นพยายามหรือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว โดยมิได้แก้โทษเช่นนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อยจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลยเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2501/2516
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายประสงค์ สุริยะนากาศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายประสงค์ สุริยะนากาศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย รชตะนันทน์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา