⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2597/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2597/2516

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องในตอนแรกกล่าวว่า ส. ซึ่งเป็นพนักงานขับรถยนต์ขององค์การ ร.ส.พ. ร่วมกับจำเลยและพวกลักเอาผ้าปูพื้นเต็นท์สนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบขององค์การ ร.ส.พ. และบรรทุกมาในรถที่ ส. ขับ ในตอนต่อไปกล่าวว่า การกระทำของ ส.ดังกล่าวเป็นการเบียดบังทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองขององค์การ ร.ส.พ.ในขณะที่ ส. มีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์นี้ตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ของตนและผู้อื่นโดยทุจริต จำเลยกับพวกเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของ ส. เบียดบังเอาทรัพย์นั้นไป กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์บรรยายฟ้องประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502มาตรา 4 ซึ่งมีอัตราโทษหนักนั่นเอง และในกรณีเช่นนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานสนับสนุนผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502เท่านั้น หาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายแสวงซึ่งยังหลบหนีอยู่ เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ขององค์การรับส่งสินค้าฯ (ร.ส.พ.) อันเป็นองค์การของรัฐ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ก. 4568 บรรทุกตู้เหล็กบรรจุผ้าปูพื้นเต็นท์สนาม ฯลฯ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบขององค์การ ร.ส.พ. จากค่ายเฟรนด์ชิพ จังหวัดนครราชสีมา ไปส่งที่อำเภอสัตหีบ มีรถทั้งหมด 8 คัน ผู้ควบคุมขบวนไปกับรถคันอื่นด้วยระหว่างทางนายแสวงได้ขับรถเลี้ยวเข้าซอยข้างทาง แล้วร่วมกับจำเลยทั้งห้าคนนี้กับพวกอีกสองคน ลักเอาผ้าปูพื้นเต็นท์ฯ ดังกล่าวที่องค์การ ร.ส.พ. รับเหมาบรรทุก โดยนายแสวงมีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์นี้ด้วย ในการลักทรัพย์นี้นายแสวงและจำเลยกับพวกได้ช่วยกันงัดตู้เหล็กออกแล้วลักเอาผ้าปูพื้นเต็นท์ไป การกระทำของนายแสวงดังกล่าวเป็นการเบียดบังทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองขององค์การ ร.ส.พ. ขณะที่นายแสวงมีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์นี้ตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ของตนหรือผู้อื่นโดยสุจริต และจำเลยทั้งห้ากับพวกอีกประมาณสองคนได้ร่วมกันสนับสนุนโดยให้ความช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการกระทำผิดของนายแสวง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ. 2502 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 83, 335 กับให้คืนทรัพย์ ริบของกลางและใช้ราคา จำเลยทุกคนให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ ไม่มีฝ่ายใดสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 83, 335 เป็นความผิดหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ พ.ศ. 2502มาตรา 4 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 83 ซึ่งเป็นบทหนักวางโทษ 2 ใน 3 ตามมาตรา 86 แล้วลดรับสารภาพให้อีกคนละกึ่งหนึ่งผ้าของกลางคืนผู้เสียหาย ฯลฯ จำเลยที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์ซึ่งตนมีหน้าที่จัดการและรักษานั้น เป็นความผิดคนละฐานต่างกันมาก การกระทำที่เป็นความผิดฐานพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์แล้ว ย่อมไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์อีก จำเลยทั้งห้าคนให้การรับสารภาพต่อศาลว่าได้กระทำผิดตามฟ้องจริง ไม่แน่นอนว่าจำเลยกระทำผิดฐานใด จะลงโทษการกระทำของจำเลยทั้งสองฐานในการกระทำความผิดครั้งเดียวกันเป็นการไม่ชอบ การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการกระทำผิดกฎหมายหลายบท แม้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้มาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยฯ และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและมีอำนาจพิพากษาไปถึงจำเลยที่ 1, 3 และ 5 ที่มิได้อุทธรณ์ด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องของโจทก์ในตอนแรกกล่าวว่านายแสวงซึ่งเป็นพนักงานขับรถยนต์ขององค์การ ร.ส.พ. ได้บังอาจร่วมกับจำเลยทั้งห้าคนนี้กับพวกอีก 2 คนลักเอาผ้าเต็นท์ปูพื้นสนามซึ่งเป็นของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ในความดูแลรับผิดชอบขององค์การร.ส.พ. โดยองค์การแห่งนี้รับเหมาบรรทุกมาจากค่าเฟรนด์ชิพฯ ไปส่งที่อำเภอสัตหีบฯ ซึ่งบรรทุกมาในรถที่นายแสวงขับ และฟ้องในตอนต่อไปกล่าวว่า การกระทำของนายแสวงดังกล่าวเป็นการเบียดบังทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองขององค์การ ร.ส.พ. ในขณะที่นายแสวงมีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์นี้ตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ของตนและผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ พ.ศ. 2502 จำเลยทั้งห้ากับพวกอีกประมาณ 2 คน ซึ่งไม่ได้เป็นพนักงานขององค์การ ร.ส.พ. ได้ร่วมกันลักทรัพย์รายนี้ด้วยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของนายแสวงผู้เป็นพนักงานขององค์การฯ เบียดบังเอาทรัพย์นั้นไป กรณีจึงหาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวฟ้องเป็น 2 ฐาน คือ ฐานลักทรัพย์และฐานเป็นพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์ไป หากแต่เป็นเรื่องที่โจทก์บรรยายฟ้องประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ซึ่งมีอัตราโทษสถานหนักนั่นเอง จำเลยทุกคนรับสารภาพแล้วย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 เพราะเป็นความผิดฐานสนับสนุนผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ พ.ศ. 2502 เท่านั้นและเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงพิพากษาถึงจำเลยทุกคนที่มิได้ฎีกาได้ด้วย พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การฯ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 83 ลดโทษให้ตามมาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง ข้อหาอื่นให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2597/2516 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายทองคำ สุขเทียน ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นายทองคำ สุขเทียน ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา