⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2278/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรื้อถอนทรัพย์สินที่จำนองไว้เพื่อนำไปหักกลบลบหนี้ ไม่ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากไม่มีเจตนาทุจริตเอาทรัพย์นั้นไปโดยเจตนาแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายกู้เงินจำเลยที่ 2 โดยทำสัญญากู้กันไว้มีข้อความด้วยว่า ผู้เสียหายได้นำเรือนหนึ่งหลังมาวางไว้เป็นประกัน วันเกิดเหตุผู้เสียหายไม่อยู่ จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันรื้อเรือนหลังที่ผู้เสียหายเอามาระบุไว้เป็นประกันเงินกู้ ด้วยเจตนาที่จะเอามาหักใช้หนี้ที่ผู้เสียหายเป็นหนี้จำเลยที่ 2 อยู่ ดังนี้ การกระทำของจำเลยหามีเจตนาที่จะลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ไม่ ยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ชะแลงงัดพื้นและฝากกระดานบ้านของนางฮั้วหรือหั้ว ชูพันธ์จนเสียหายไร้ประโยชน์ คิดเป็นเงิน 6,000 บาท แล้วร่วมกันลักเอาไม้ที่จำเลยงัดออกดังกล่าวไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 358 และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า เจตนาแท้จริงของจำเลยมิใช่จะทำลายทรัพย์ แต่มีผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 จำคุกคนละ 1 ปี และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 6,000 บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามได้รื้อเรือนผู้เสียหายไปและเชื่อตามจำเลยนำสืบว่าจำเลยที่ 1 ได้ซื้อไม้กระดานจากผู้อื่น พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหนี้ผู้เสียหาย โดยมีสัญญากู้กันไว้มีข้อความด้วยว่า ผู้เสียหายได้นำเรือนที่ต่อมาได้เป็นกรณีพิพาทกันในคดีนี้มาวางเป็นประกัน วันเกิดเหตุผู้เสียหายไม่อยู่บ้านจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันรื้อเรือนพิพาทดังกล่าว เพื่อเอาไปหักหนี้ที่ผู้เสียหายกู้เงินจำเลยที่ 2 และไม้ส่วนหนึ่งของเรือนที่รื้อได้ตกอยู่ที่จำเลยที่ 1 ในปัญหาว่าจำเลยจะมีความผิดลงโทษจำเลยได้ฐานใดนั้น เห็นว่าการที่จำเลยร่วมกันรื้อเรือนของผู้เสียหายเอาไปนั้น ก็ด้วยเจตนาที่จะเอามาหักใช้หนี้ที่ผู้เสียหายเป็นหนี้จำเลยอยู่ หาได้มีเจตนาที่จะลักเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตไม่ การกระทำของจำเลยเป็นไปโดยเปิดเผย หากแต่เป็นการใช้อำนาจบังคับตามสิทธิของการเป็นเจ้าหนี้โดยพลการโดยมิได้จัดให้มีการฟ้องร้องให้ถูกต้องตามกฎหมายของบ้านเมืองเท่านั้น จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนเรื่องคำขอตามฎีกาของโจทก์ว่า ให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาเรือนที่พิพาทนั้นเห็นว่า แม้หากจะฟังว่าจำเลยจะมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ก็ตามพนักงานอัยการโจทก์ก็ไม่มีอำนาจที่จะขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แทนผู้เสียหายได้ ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อฟังว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดแล้ว คำขอข้อนี้ก็ตกไปด้วย ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในผลที่ว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2515 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นางเพียร สำราญ ที่ 1 นางสาวสุจิน สำราญ ที่ 2 จำเลย นายจวน สำราญ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · จำเลย - นางเพียร สำราญ ที่ 1 นางสาวสุจิน สำราญ ที่ 2 · จำเลย - นายจวน สำราญ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · ดวง ดีวาจิน · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1400/2538ฎีกา 268/2468ฎีกา 391/2509ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา