⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2603/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง ถือเป็นการใช้ดุลพินิจตามกฎหมาย และการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นนั้น โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ หากศาลชั้นต้นเป็นศาลแขวง.

ย่อคำพิพากษา

คดีฉ้อโกง การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว สั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง เป็นการใช้ดุลพินิจตามมาตรา 174 วรรคท้าย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าจำเป็นต้องสืบพยานต่อไปอีกหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และการที่ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์มิได้ซื้อที่พิพาทเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์ ข้อนี้ก็เป็นปัญหาในข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องเป็นศาลแขวงโจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.10 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องต่อศาลแขวงว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันโดยทุจริตหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ดินคั่นระหว่างที่ดินของโจทก์กับซอยวัดไผ่ตัน จำเลยจะปิดกั้นเพื่อมิให้ที่ดินของโจทก์มีทางออกไปสู่ซอยวัดไผ่ตันได้ ให้โจทก์ไปตกลงกับจำเลย โจทก์หลงเชื่อคำหลอกลวงจึงทำสัญญาซื้อส่วนหนึ่งของที่ดินจำเลยและชำระราคากันแล้ว ภายหลังจึงทราบว่าที่ดินที่จำเลยนำมาขายเป็นทางสาธารณะ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้รับประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๒ ปากแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า รูปคดีเป็นเรื่องที่โจทก์ตกลงซื้อที่ดินที่พิพาททั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นที่สาธารณะ หาใช่เพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสองไม่จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้มีการสืบพยานให้เสร็จสิ้นกระแสความก่อน แล้วพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยยังไม่ได้ความชัดเกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวหา ควรฟังข้อเท็จจริงต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้น (ศาลแขวง) ทำการสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง เป็นการใช้ดุลพินิจตามมาตรา ๑๗๔ วรรคท้าย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าจำเป็นต้องสืบพยานต่อไปอีกหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงและการที่ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์มิได้ซื้อที่พิพาทเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์ ข้อนี้ก็เป็นปัญหาในข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันเมื่อศาลชั้นต้น (ศาลแขวง) พิพากษายกฟ้องแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ซึ่งแก้ไขโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2516 พันโทชาติเฉลิม เลขวณิชธรรมวิทักษ์ โจทก์ นางศรีสว่าง เฮงพัฒน์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโทชาติเฉลิม เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · จำเลย - นางศรีสว่าง เฮงพัฒน์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจรัส อุดมวรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4226/2539ฎีกา 2302/2535ฎีกา 996/2497ฎีกา 1519/2497ฎีกา 2251/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1173/2530ฎีกา 2292/2540ฎีกา 3555/2547ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3879/2542ฎีกา 2384/2566ฎีกา 462/2536ฎีกา 7490/2540ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1268/2514ฎีกา 2535/2531ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา