⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1733/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลสืบพยานโจทก์แล้วเห็นว่าพยานโจทก์นอกเหนือจากตัวโจทก์เองเป็นเพียงผู้รับทราบข้อเท็จจริงจากการบอกเล่าของโจทก์ ย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ศาลจึงมีอำนาจงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลสืบตัวโจทก์รู้เห็นผู้เดียวตอนจำเลยเจรจากับโจทก์เรื่องกรรโชกที่ฟ้อง นอกนั้นเป็นผู้ที่รับบอกเล่าจากโจทก์ ไม่มีประโยชน์แก่คดีศาลงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ 2 ปากแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงว่า ตามพฤติการณ์ย่อมชี้ให้เห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสี่ได้วางแผนการณ์ร่วมกันที่จะใช้อิทธิพลทางหนังสือพิมพ์เข้าขู่เข็ญจะทำอันตรายต่อชื่อเสียงของโจทก์ ข่มขืนใจโจทก์ให้ยอมออกเช็คพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสี่ อันเป็นการกระทำผิดฐานกรรโชกนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ในข้อหาฐานกรรโชก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าการกระทำของจำเลยตามคำเบิกความของพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเป็นการขู่เข็ญเพื่อจะทำอันตรายต่อชื่อเสียงของโจทก์ โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในข้อหาความผิดฐานกรรโชกอีกไม่ได้ เพราะความผิดฐานกรรโชกนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 8 ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตัดพยานโจทก์นั้นไม่ชอบ ทำให้น้ำหนักพยานโจทก์เบาเกินไปไม่เพียงพอที่จะนำมาวินิจฉัยได้ตามฟ้อง ทั้ง ๆ ที่พยานโจทก์ที่ระบุอ้างไว้ยังมีอีกหลายอันดับทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร ซึ่งโจทก์จะได้นำสืบให้ศาลเห็นถึงเจตนาอันแท้จริงของจำเลยทั้งสี่มีอย่างไรและทำไมถึงกระทำการอันผิดกฎหมายรวมทั้งที่โจทก์เกิดความกลัวถึงกับต้องยอมสั่งจ่ายเช็คให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174 วรรคสี่บัญญัติว่า ในระหว่างพิจารณา ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบพยานหรือทำการอะไรอีก จะสั่งงดพยานหรือการนั้นเสียก็ได้ ศาลฎีกา เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานโจทก์ได้ความเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว ศาลจะสั่งงดสืบพยานต่อไปและพิพากษายกฟ้องได้ คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่มิได้เป็นความผิด เพราะเมื่อตัวโจทก์ซึ่งเป็นพยานปากเดียวที่รู้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่จำเลยกับพวกไปพบและเจรจากับโจทก์ได้เบิกความถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและการกระทำของจำเลยตามคำเบิกความของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องแล้วพยานโจทก์ที่จะนำสืบต่อไปก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าจากตัวโจทก์ทั้งสิ้น จึงไม่จำเป็นต้องให้มีการสืบพยานโจทก์ต่อไป เพราะแม้จะสืบพยานอื่นต่อไปก็ตามเป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2521 บาดหลวงอาร์เลน อังกาแวร์ โจทก์ นายวสันต์ ชูสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บาดหลวงอาร์เลน อังกาแวร์ · จำเลย - นายวสันต์ ชูสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต · พัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 996/2497ฎีกา 1519/2497ฎีกา 2251/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 2292/2540ฎีกา 3555/2547ฎีกา 2384/2566ฎีกา 7490/2540ฎีกา 2535/2531ฎีกา 711/2528ฎีกา 591/2520ฎีกา 392/2486ฎีกา 124/2507ฎีกา 352/2546ฎีกา 2444/2531ฎีกา 676/2491ฎีกา 5831/2534ฎีกา 513/2498ฎีกา 7871/2542ฎีกา 8065/2548ฎีกา 1748/2514ฎีกา 5169/2531ฎีกา 2878/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา