⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 428/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับของจำเลยที่ว่าตนเป็นผู้กระทำความผิดต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานสอบสวนนั้น แม้จะใช้ยันจำเลยได้ แต่โจทก์ต้องมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามคำรับนั้นด้วย จึงจะลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

คำรับของจำเลยที่ว่าตนเป็นคนลักทรัพย์ผู้เสียหายไปต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานสอบสวนนั้น แม้จะถือว่าเป็นคำรับอันเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของจำเลยและสามารถใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ก็ตาม แต่โจทก์ต้องมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามคำรับด้วยจึงจะลงโทษจำเลยได้เพราะเป็นภาระหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นเช่นนั้นเมื่อโจทก์ไม่มีพยานเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้าย ทั้งผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝงที่ปรากฏบนพื้นกระจกโต๊ะและกระจกบานเกล็ดในที่เกิดเหตุเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยแล้วพบว่าลายพิมพ์นิ้วมือแฝงมีจุดลักษณะสำคัญพิเศษของลายเส้นแตกต่างจากลายพิมพ์นิ้วมือ10 นิ้ว ของจำเลย กรณีจึงไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยงัดบานเกล็ด 5 บาน และมุ้งลวดหน้าต่างบ้านนางกัลยาพงษ์ภมร ผู้เสียหาย จนหลุดออกและเอื้อมมือลอดช่องหน้าต่าง บิดลูกบิดประตูหลังบ้านแล้วเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหาย และจำเลยลักสร้อยคอทองคำหนัก3 บาท 1 เส้น ราคา 21,000 บาท สร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น ราคา 14,000บาท สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น ราคา 21,000 บาท แหวนทองคำสลักนามสกุลหนัก 2 สลึง 1 วง ราคา 3,500 บาท ตุ้มหูทองคำ 2 คู่ หนักคู่ละ 2 สลึง ราคา7,000 บาท และเหรียญกษาปณ์ในกระปุกออมสินจำนวน 1,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น68,000 บาท ของผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลทับปุด อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เจ้าพนักงานยึดเหรียญกษาปณ์จำนวน1,373 บาท ของผู้เสียหายที่ถูกลักไปอยู่ในความครอบครองของจำเลยเป็นของกลางและผู้มีชื่อพบแหวนทองคำสลักนามสกุลหนัก 2 สลึง 1 วง กับกระปุกออมสินมอบให้พนักงานสอบสวนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 63,127 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3)(8) (ที่ถูกมาตรา 335(1)(3)(8) วรรคสอง) จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 63,127 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องมีคนร้ายงัดบานเกล็ดหน้าต่างบ้านพักผู้เสียหายเข้าไปลักสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ แหวนทองคำสลักนามสกุล ตุ้มหูทองคำ และเหรียญกษาปณ์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยเป็นคนร้ายกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจโทไพรัช พงษ์ภมรสามีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า หลังเกิดเหตุประมาณ 3 วัน จ่าสิบตำรวจเศียรอุ่นเสียม ซึ่งเป็นญาติกับสิบตำรวจเอกนิทัศน์ เต็มพุฒิ สามีจำเลย เรียกสิบตำรวจโทไพรัชจำเลย และสามีจำเลยมาพบที่บ้านของจ่าสิบตำรวจเศียรเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและจากการพูดคุยกันจำเลยยอมรับว่าเป็นคนลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริงซึ่งจ่าสิบตำรวจเศียรก็เบิกความยืนยันว่าจำเลยยอมรับเช่นนั้น ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่าจำเลยยอมรับดังกล่าวจริง คำรับของจำเลยต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานสอบสวนถึงการกระทำความผิดของตนเอง แม้จะถือว่าเป็นคำรับอันเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของจำเลยสามารถใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ก็ตาม แต่โจทก์จะต้องมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามคำรับด้วย จึงจะลงโทษจำเลยได้ เพราะเป็นภาระหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นเช่นนั้น การที่โจทก์มีสิบตำรวจตรีสุรฤทธิ์ ลูกประคำ เป็นพยานเบิกความว่า คืนเกิดเหตุเห็นหญิงคนหนึ่งคล้ายจำเลยเดินลัดสนามหญ้ามุ่งหน้าไปยังอาคารที่เกิดเหตุ แต่จำหน้าไม่ได้ว่าเป็นจำเลยหรือไม่ ทั้ง ๆที่พยานปากนี้รู้จักครอบครัวของจำเลยมาก่อน และเห็นกันในระยะห่างเพียง 10 เมตร ย่อมแสดงว่าหญิงคนนั้นไม่ใช่จำเลย เพราะถ้าเป็นจำเลยสิบตำรวจตรีสุรฤทธิ์จะต้องจำหน้าได้อย่างแน่นอน ส่วนที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นห้องพักของจำเลยพบเหรียญกษาปณ์จำนวนหนึ่งอยู่ในตู้เสื้อผ้าของจำเลยร้อยตำรวจเอกกิตติพันธ์ สัญพิบูลย์ผู้ตรวจค้นเบิกความยอมรับว่าเหรียญกษาปณ์ดังกล่าวใคร ๆ ก็มีได้ พยานหลักฐานของโจทก์ข้างต้นไม่ได้ทำให้คำรับของจำเลยมีน้ำหนักมั่นคงขึ้น นอกจากนี้สิบตำรวจโทไพรัชเบิกความว่า สิบตำรวจเอกนิทัศน์สามีจำเลยยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยต่อหน้าร้อยตำรวจเอกกิตติพันธ์ ก็ปรากฏว่าร้อยตำรวจเอกกิตติพันธ์เสนอความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องและพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องสิบตำรวจเอกนิทัศน์ ส่วนการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏอยู่บนพื้นกระจกโต๊ะและกระจกบานเกล็ดในที่เกิดเหตุเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยและสิบตำรวจเอกนิทัศน์ ที่จ่าสิบตำรวจบุญโชค พงษ์อินทร์และร้อยตำรวจเอกกิตติพันธ์เบิกความว่า กองวิทยาการตำรวจสุราษฎร์ธานีและกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ ไม่สามารถตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงดังกล่าวได้เพราะตัวอย่างลายพิมพ์นิ้วมือแฝงไม่ชัดเจนนั้น ก็ไม่ตรงกับความจริง เนื่องจากร้อยตำรวจเอกหญิงศิธร พรมศรี ผู้ชำนาญการพิเศษกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจได้ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าลายพิมพ์นิ้วมือแฝงมีจุกลักษณะสำคัญพิเศษของลายเส้นแตกต่างกับลายพิมพ์นิ้วมือ 10 นิ้ว ของจำเลยและสิบตำรวจเอกนิทัศน์ จึงลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายพิมพ์นิ้วมือแฝงของบุคคลทั้งสอง ตามรายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารท้ายฎีกาซึ่งนายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ รองอัยการจังหวัดพังงา รับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์คงมีแต่คำรับของจำเลยโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง จึงยังไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2546 พนักงานอัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นาง ศรารัตน์หรือภา เต็มพุฒิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพังงา · จำเลย - นาง ศรารัตน์หรือภา เต็มพุฒิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · วสันต์ ตรีสุวรรณ · สมบัติ อรรถพิมล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 3027/2540ฎีกา 6635/2551ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1554/2521ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 3081/2527ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ