⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 809/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด และข้อเท็จจริงที่จำเลยไม่มีเงินในบัญชีขณะออกเช็คเป็นองค์ประกอบความผิดที่โจทก์ต้องนำสืบเอง

ย่อคำพิพากษา

ในการพิจารณาคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลย กระทำผิดตามฟ้อง ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ข้อเท็จจริงที่ว่าวันที่จำเลยออกเช็ค จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิด เกิดขึ้นจากการที่จำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงนั้น ไม่พอฟังลงโทษจำเลย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 540/2504)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๓(๑)(๒)(๓) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยเป็นผู้ออกเช็คตามฟ้องลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานของโจทก์เองว่าในวันที่จำเลยออกเช็คคือวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยไม่มีเงินในบัญชีเลยหรือมีเงินจำนวนน้อยกว่าที่สั่งจ่ายในเช็ค ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่โจทก์ถามค้านตัวจำเลยจนจำเลยเบิกความยอมรับว่า ในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คนั้น จะถือว่าโจทก์ได้นำสืบถึงความข้อนี้แล้วหรือไม่ ดังนี้ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ อันเป็นวันที่จำเลยออกเช็ค จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ เป็นข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิดตามฟ้อง ซึ่งเกิดจากการที่จำเลยเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ ไม่ได้เกิดจากการนำสืบของโจทก์ ไม่พอฟังลงโทษจำเลย ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบแล้วถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวเพราะในการพิจารณาคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2528 นายสมพร ศิริบุญยัง โจทก์ นายปราโมทย์ ตันสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมพร ศิริบุญยัง · จำเลย - นายปราโมทย์ ตันสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ศักดิ์ สนองชาติ · อุทิศ บุญชู
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายศุภศักดิ์ เยาว์วิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 481/2526ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 597/2485ฎีกา 824/2535ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา