คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลกำหนดวันนัดฟังประเด็นกลับ ไม่ใช่วันนัดสืบพยาน และโจทก์ไม่มาศาลในวันดังกล่าว ศาลจะสั่งงดสืบพยานโจทก์ต่อไปไม่ได้ และพฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะถือว่าโจทก์ประวิงคดี ศาลควรกำหนดวันนัดสืบพยานที่เหลือของโจทก์และแจ้งให้โจทก์ทราบ
ย่อคำพิพากษา
วันนัดฟังประเด็นกลับหาใช่วันนัดสืบพยานไม่ ศาลส่งสำนวนไปให้ศาลอื่นสืบพยานโจทก์ให้ เมื่อสืบไม่ได้ โจทก์จำเลยขอให้ส่งประเด็นกลับและขอให้นัดฟังประเด็นกลับตามวันเวลาที่ตกลงกันครั้นถึงวันนัดโจทก์ไม่มาศาล ศาลจะสั่งงดสืบพยานโจทก์ต่อไปหาได้ไม่และพฤติการณ์ดังกล่าวนี้ยังไม่พอให้ถือว่าโจทก์ประวิงคดี ศาลควรกำหนดวันนัดสืบพยานที่เหลืออยู่ของโจทก์ แล้วแจ้งให้โจทก์ทราบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๕,๑๗๙, ๘๓, ๙๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลจังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นศาลเจ้าของคดีพิจารณาสืบพยานโจทก์ได้ ๒ ปาก แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลจังหวัดชลบุรีช่วยสืบพยานอันดับที่ ๓แต่ไม่ได้สืบโดยโจทก์แถลงว่า พยานประเด็นที่จะสืบได้ย้ายภูมิลำเนากลับไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐมแล้ว ขอให้ส่งประเด็นกลับ ทนายโจทก์ทนายจำเลยขอให้นัดฟังประเด็นกลับ ครั้นถึงวันนัดฟังประเด็นกลับโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ฝ่ายจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทราบวันเวลานัดฟังประเด็นกลับโดยแจ้งชัดแล้ว แต่ไม่มาศาล จึงให้ตัดพยานโจทก์และนัดสืบพยานจำเลยไป ระหว่างนัดสืบพยานจำเลย โจทก์มาศาลและยื่นคำร้องคัดค้านว่าศาลไม่ชอบที่จะตัดพยานโจทก์เสียทั้งสิ้น และทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายโจทก์ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตแล้วสืบพยานจำเลยไปจนเสร็จ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ โดยนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป หรือพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่โจทก์ไม่ไปศาลในวันนัดฟังประเด็นกลับซึ่งไม่ใช่วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานโจทก์ในวันนั้นเป็นการไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว เห็นว่า วันฟังประเด็นกลับหาใช่วันนัดสืบพยานไม่ ฉะนั้น การที่โจทก์ไม่ไปศาลในวันนั้นศาลชั้นต้นจะสั่งงดสืบพยานโจทก์ต่อไปหาได้ไม่ ศาลชั้นต้นควรกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วแจ้งไปให้โจทก์ทราบ เนื่องจากโจทก์ยังมีพยานอยู่อีกตามบัญชีพยาน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว
จึงพร้อมกันพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2516
นายไพบูลย์ ว่องพานิช โจทก์
บริษัทเอส พี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ 1
นายชุมพล พรประภา ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไพบูลย์ ว่องพานิช · 1 - บริษัทเอส พี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ · จำเลย - นายชุมพล พรประภา ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายปรีชา วิลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม ดุลยสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา