คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการสั่งริบทรัพย์สิน ผู้ร้องซึ่งอ้างว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ศาลเชื่อในข้ออ้างนั้น
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาริบเรือและของกลางอื่นแล้ว ผู้ร้องอ้างว่ามิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด เป็นหน้าที่ผู้ร้องต้องนำสืบให้ศาลเชื่อเช่นนั้น มิใช่หน้าที่โจทก์ต้องสืบหักล้าง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมอนุญาตให้จำเลยที่ 1 กับพวกใช้เรือและของกลางดังกล่าวไปใช้กระทำผิด จึงเป็นหน้าที่ของผู้ร้องจะต้องนำสืบให้ศาลเชื่อได้เช่นนั้น เมื่อพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมีเหตุผลให้ไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยแล้ว ศาลก็สั่งคืนของกลางให้ผู้ร้องไม่ได้ ต้องยกคำร้องหาใช่เป็นกรณีที่โจทก์ต้องนำสืบหักล้างดังที่ผู้ร้องฎีกาไม่ ส่วนคำพิพากษาฎีกาที่ 2159/2522 ที่ผู้ร้องอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2524
อัยการภูเก็ต โจทก์
นายสนอง เพิ่มชัย กับพวก จำเลย
นายทวี จันทร์กระ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการภูเก็ต · จำเลย - นายสนอง เพิ่มชัย กับพวก · ผู้ร้อง - นายทวี จันทร์กระ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา