⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 666/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 666/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ไปแล้ว หากโจทก์อุทธรณ์ประเด็นอื่น จำเลยย่อมมีสิทธิกล่าวคำแก้อุทธรณ์ถึงประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไปแล้วได้ และศาลอุทธรณ์ชอบที่จะหยิบยกประเด็นนั้นขึ้นวินิจฉัยได้อีก

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ซื้อสินค้าพิพาทโดยสุจริต แต่ไม่ได้ซื้อจากท้องตลาดหรือพ่อค้าที่ขายของชนิดนั้น จึงไม่ได้รับความคุ้มครองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ เมื่อศาลพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องอุทธรณ์ว่า โจทก์ซื้อสินค้ามาโดยสุจริตหรือไม่เพราะจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีอยู่แล้ว แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์ในประเด็นข้ออื่นจำเลยก็ได้กล่าวคำแก้อุทธรณ์ถึงประเด็นข้อนี้ด้วยว่า โจทก์ซื้อสินค้าพิพาทมาโดยไม่สุจริต คดีจึงมีประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยได้ ประเด็นข้อนี้หาได้ยุติไปแล้วไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.237 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1332

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ประกอบการค้าขายเครื่องอะไหล่รถยนต์เครื่องเหล็ก เครื่องทองเหลือง และได้รับอนุญาตให้ค้าของเก่าด้วยโจทก์ได้ซื้อท่อน้ำประปา สายไฟฟ้า และสวิตส์ไฟฟ้า รวมราคา๑๒๒,๔๒๓ บาท ๙๐ สตางค์ มาจากร้านง่วนเซ่งฮวดพาณิชย์ และร้านไก่ฮั่วล้งซึ่งเป็นพ่อค้าขายของชนิดนั้น โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนจำเลยได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยึดสินค้าดังกล่าวโดยหาว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ถูกฉ้อโกงมา ขอให้ศาลพิพากษาว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของโจทก์ ให้จำเลยคืนแก่โจทก์ และใช้ค่าเสียหาย ๕๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สินค้าตามฟ้องเป็นของจำเลย โจทก์ได้สินค้ามาโดยทุจริตรู้ว่าได้มาจากการกระทำผิดอาญา ไม่ได้ซื้อสินค้านั้นในท้องตลาดหรือจากพ่อค้าขายของชนิดนั้นขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า แม้โจทก์จะซื้อสินค้ามาโดยสุจริต แต่ไม่ใช่ซื้อมาจากท้องตลาดหรือจากพ่อค้าที่ขายของชนิดนั้น จึงไม่ได้รับความคุ้มครองพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าโจทก์ซื้อสินค้าพิพาทมาโดยสุจริตจำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านในประเด็นข้อนี้ ส่วนโจทก์อุทธรณ์คัดค้านเฉพาะในประเด็นข้ออื่น ประเด็นข้อนี้จึงเป็นอันยุติการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นข้อนี้มาวินิจฉัยอีกว่าโจทก์ซื้อสินค้ามาโดยไม่สุจริตจึงเป็นการมิชอบนั้น เห็นว่าประเด็นข้อนี้จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ และนำสืบว่าโจทก์ซื้อสินค้ามาโดยไม่สุจริตและต่อสู้ในประเด็นอื่นอีกหลายประการ ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์จำเลยหาจำต้องอุทธรณ์เฉพาะประเด็นข้อนี้ไม่ เพราะจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีแล้วเมื่อโจทก์อุทธรณ์คดีนี้ในประเด็นอื่น จำเลยได้กล่าวคำแก้อุทธรณ์ถึงประเด็นข้อนี้ด้วยว่าโจทก์ซื้อสินค้าพิพาทมาโดยไม่สุจริต ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะหยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยได้ประเด็นข้อนี้หาได้ยุติไปแล้วดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ศาลฎีกาพิจารณาประเด็นอื่นแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ซื้อสินค้าพิพาทโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๒ จำเลยย่อมมีสิทธิติดตามเอาทรัพย์ของจำเลยคืนได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายชั้นฎีกา ๕๐๐ บาทแทนจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 666/2516 นายเล้ง แซ่เตีย โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. ไพศาล โดยนายยก แซ่เตีย ผู้จัดการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเล้ง แซ่เตีย · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. ไพศาล โดยนายยก แซ่เตีย ผู้จัดการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุด สุตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุขุม จันทวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 767/2478ฎีกา 6634/2538ฎีกา 9349/2539ฎีกา 5679/2553ฎีกา 4782/2543ฎีกา 1697/2538ฎีกา 2556/2538ฎีกา 1059/2494ฎีกา 778/2538ฎีกา 6541/2544ฎีกา 484/2506ฎีกา 2159/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2158/2520ฎีกา 894/2540ฎีกา 1055/2510ฎีกา 249/2486ฎีกา 1498/2548ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2292/2515ฎีกา 3934/2530ฎีกา 6866/2552ฎีกา 1660/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา