⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1068/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2517

ป.วิ.แพ่ง ม.173, 176

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ต่อมาได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้องแล้ว แม้จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง แต่โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยอีกมิได้ จนกว่าคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องนั้นจะถึงที่สุด

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เรียกค่าซื้อสิ่งของแล้วโจทก์ถอนฟ้องศาลจังหวัดกาฬสินธุ์อนุญาตแล้ว จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง ขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นคดีนี้ในมูลหนี้อันเดียวกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยอีกมิได้ไม่ว่าจะฟ้องต่อศาลเดิมนั้นเองหรือศาลอื่น และคดีเดิมจะอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลเดียวกันหรือของศาลอื่นหรืออยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาก็ตาม แม้คดีเดิมนั้นโจทก์จะถอนฟ้องไปและศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วแต่จำเลยยังอุทธรณ์ฎีกาต่อมา ซึ่งถ้าหากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกากลับคำสั่งของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่ยอมให้ถอนฟ้อง โจทก์ก็ต้องดำเนินคดีเรื่องเดียวกันนั้นไปทั้งสองเรื่อง ซึ่งไม่ใช่ความประสงค์ของกฎหมาย บทบัญญัติมาตรา 176 ที่ว่าเมื่อถอนฟ้องแล้วย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องและทำให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลยและอาจยื่นฟ้องใหม่ได้ภายใต้บังคับบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความนั้น หมายความว่าการถอนฟ้องนั้นได้ถึงที่สุดไปแล้ว ไม่มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดศาลหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 466/2503 และ 455/2511)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยให้ตัวแทนมาซื้อเครื่องทำไฟฟ้าจากโจทก์และออกเช็คชำระราคาเช็คขึ้นเงินไม่ได้ จำเลยได้ชำระเงินให้บ้างยังค้างชำระอยู่ ๔,๕๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่เคยให้ตัวแทนซื้อสิ่งของจากโจทก์ จำเลยออกเช็คให้ไว้ประกันการรับจ้างฉายภาพยนตร์ จำเลยไม่ต้องรับผิดและตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ วันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงสละข้อต่อสู้ทั้งหมด คงไว้แต่ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยตามคดีดังกล่าวเรียกค่าซื้อสิ่งของในมูลหนี้อันเดียวกันนี้ต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์จริง แต่คดีนั้นโจทก์ถอนฟ้อง และศาลอนุญาตแล้ว จำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์สั่งยืนตามศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะนี้จำเลยฎีกาคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายข้อนี้เพียงข้อเดียว โดยโจทก์จำเลยไม่ขอสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาต แล้ววินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้องและจำเลยอุทธรณ์คำสั่งนั้น ยังไม่ถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาเพราะยังไม่ถึงขั้นทำการพิจารณาประเด็นแห่งคดีคงเพียงวินิจฉัยว่า ควรอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่เท่านั้น โจทก์ฟ้องใหม่ได้ทันที ไม่จำต้องรอให้คดีถึงที่สุด จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๕/๒๕๑๓ (คดีหมายเลขแดงที่ ๑๑/๒๕๑๓) เรียกค่าซื้อสิ่งของในมูลหนี้อันเดียวกันนี้แล้วโจทก์ถอนฟ้องไป ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์อนุญาตแล้ว จำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ เป็นการฟ้องซ้อนกับคดีก่อนหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง บัญญัติว่า "นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา และผลแห่งการนี้ (๑) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น........ฯลฯ" ตามบทบัญญัติมาตรานี้จะเห็นได้ว่า ถ้าคดีก่อนค้างพิจารณาอยู่ในศาลแล้ว โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยอีกไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะฟ้องต่อศาลเดิมนั้นเองหรือศาลอื่นก็ตาม เพราะจะเป็นการฟ้องคดีซ้อนกันคำว่า "คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา" นั้น เห็นว่า จะอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลเดียวกันหรือของศาลอื่นก็ตาม หรืออยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ตามย่อมฟ้องใหม่ไม่ได้ ตามนัยฎีกาที่ ๔๖๖/๒๕๐๓และ ๔๕๕/๒๕๑๑ คดีเดิมนั้นแม้โจทก์จะถอนฟ้องไป และศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วก็ตาม แต่จำเลยยังอุทธรณ์และฎีกาต่อมา ซึ่งหากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกากลับคำสั่งของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ยอมให้ถอนฟ้อง โจทก์ก็ต้องดำเนินคดีเรื่องเดียวกันนั้นไปทั้งสองเรื่อง ซึ่งไม่ใช่ความประสงค์ของกฎหมาย ตามมาตรา ๑๗๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ว่า เมื่อถอนฟ้องแล้วย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้อง และทำให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิม เสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย และอาจยื่นฟ้องใหม่ได้ภายใต้บังคับบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความนั้น หมายความว่าการถอนคำฟ้องนั้นได้ถึงที่สุดไปแล้วไม่มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลในศาลหนึ่ง ดังนั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2517 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสัมฤทธิผลพาณิชยการ โดยนายชีวทัศน์ ทัศนาวิวัฒน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นายชาญยุทธ ไชยคำมิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความทัศนาวิวัฒน์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสัมฤทธิผลพาณิชยการ โดยนายชีวทัศน์ · โจทก์ - หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · จำเลย - นายชาญยุทธ ไชยคำมิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายวิถี คล้ายทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช สิทธิชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 477/2491ฎีกา 15141/2558ฎีกา 6025/2538ฎีกา 6909/2543ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2522/2531ฎีกา 8235/2548ฎีกา 2161/2538ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 369/2522ฎีกา 407/2544ฎีกา 10554/2557ฎีกา 2891/2537ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 581/2502ฎีกา 6486/2558ฎีกา 9704/2558ฎีกา 6344/2540ฎีกา 3528/2524ฎีกา 15230/2555ฎีกา 1466/2516ฎีกา 746/2533ฎีกา 2002/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา