คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3528/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีซ้ำในเรื่องเดียวกันกับคดีที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลไว้แล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณา เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือว่าจำเลยโฆษณาข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ในหนังสือพิมพ์รายวันศาลแขวงพระนครเหนือได้ไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้วต่อมาโจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงเชียงใหม่ในเหตุอย่างเดียวกันอีกวันกระทำผิดและสถานที่เกิดเหตุก็ตรงกัน คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้วต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๒๓ เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันโฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์หลายครั้ง โดยลงพิมพ์ข้อความในหนังสือพิมพ์รายวันพิมพ์ไทยฉบับประจำวันที่ ๖ และ ๗ เมษายน ๒๕๒๓ เหตุเกิดที่เลขที่ ๘๑ ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทุกแขวงและทุกเขตในกรุงเทพมหานครตำบล อำเภอและจังหวัดอื่นทั่วประเทศไทยขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๙๑, ๓๒๖, ๓๒๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๗ และ ๘
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นการนำคดีเรื่องเดียวกับที่ศาลอื่นรับฟ้องไว้แล้วมาฟ้องอีก ต้องห้ามตามกฎหมาย มีคำสั่งไม่รับฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๓ (ก่อนยื่นฟ้องคดีนี้) โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลแขวงพระนครเหนือในข้อหาหมิ่นประมาทศาลแขวงพระนครเหนือสั่งประทับฟ้องไว้แล้ว เห็นว่า คำฟ้องที่ยื่นต่อศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดระหว่างวันที่ ๕ ถึง ๗ เมษายน ๒๕๒๓ เวลากลางวันและกลางคืน ระบุสถานที่เกิดเหตุว่าเหตุเกิดที่แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานครแขวงและเขตอื่นในกรุงเทพมหานครตำบล อำเภอ และจังหวัดอื่นทั่วประเทศไทย ส่วนคดีนี้ก็บรรยายข้อความอย่างเดียวกันตลอดจนวันกระทำผิดและสถานที่เกิดเหตุตรงกัน คือนอกจากเลขที่ ๘๑ ถนนราชวิถี อำเภอเมืองเชียงใหม่แล้วยังระบุว่าทุกแขวงและทุกเขตในกรุงเทพมหานคร ตำบล อำเภอ และจังหวัดอื่นทั่วประเทศไทย ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นคำฟ้องเรื่องเดียวกันกับฟ้องที่ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือไว้แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓(๑) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3528/2524
นายสุพจน์ ไพบูลย์ โจทก์
นายวิบูลย์ ออสืบสุขสันต์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุพจน์ ไพบูลย์ · จำเลย - นายวิบูลย์ ออสืบสุขสันต์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพรศักดิ์ ศุภศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสำนอง โชติเชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา