⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9704/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9704/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกไปแล้ว และต่อมามีผู้ยื่นฟ้องคดีใหม่ขอให้เพิกถอนพินัยกรรมซึ่งเป็นเหตุแห่งการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถือเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องในฐานะทายาทโดยธรรมเป็นผู้จัดการมรดกของ ช. ผู้ตายโดยไม่มีพินัยกรรม จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้คัดค้านทั้งสองเป็นบุตรของ ช. ซึ่ง ช. ให้การรับรองว่าเป็นบุตร ช. ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองแต่งตั้งให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกและยกทรัพย์มรดกของ ช. ทั้งหมดให้ผู้คัดค้านทั้งสอง ขอให้ยกคำร้องขอ และมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของ ช. ผู้ตาย คดีดังกล่าวจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าสมควรตั้งผู้ร้องหรือผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และมีประเด็นต้องวินิจฉัยถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมตามคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสอง ขณะที่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่ ช. ทำขึ้นที่สำนักงานเขตวัฒนา โดยอ้างว่า ช. สำคัญผิดหรือถูกจำเลยทั้งสองกับพวกใช้กลฉ้อฉล เนื่องจากขณะทำพินัยกรรมไม่มีแพทย์ตรวจสอบร่างกายและจิตใจของ ช. ซึ่งมีอายุ 92 ปี ระหว่างป่วยเป็นโรคหัวใจและโรคทางสมองผิดปกติ ช. มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์และไม่เข้าใจภาษาไทย ล่ามไม่ได้แปลพินัยกรรมให้ถูกต้อง พินัยกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า มีเหตุจะต้องเพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่ ช. ทำไว้หรือไม่ ซึ่งต้องวินิจฉัยถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมเช่นเดียวกัน ประเด็นของคดีทั้งสองจึงเป็นเรื่องเดียวกัน และเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่า พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายเชนทร์ เป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายเชนทร์ ให้ไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่านายเชนทร์ ผู้ตาย จดทะเบียนสมรสกับนางจุรีรัตน์ มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ โจทก์ นายเชนทร์ยังมีภริยาไม่ได้ทะเบียนสมรสอีก 1 คน ได้แก่ นางมยุรี มีบุตรด้วยกัน 5 คน ได้แก่ นางสาวลลิดา นางสาวอลิสา นายวสันต์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขณะนายเชนทร์ อายุ 92 ปี ได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไว้ที่สำนักงานเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ระบุให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้รับทรัพย์มรดกทั้งหมดของนายเชนทร์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ.580/2552 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีดังกล่าวโจทก์ซึ่งเป็นผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องในฐานะทายาทโดยธรรมเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชนทร์ผู้ตายโดยไม่มีพินัยกรรม จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้คัดค้านทั้งสองเป็นบุตรของนายเชนทร์ซึ่งนายเชนทร์ให้การรับรองว่าเป็นบุตร นายเชนทร์ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองแต่งตั้งให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกและยกทรัพย์มรดกของนายเชนทร์ทั้งหมดให้ผู้คัดค้านทั้งสอง ขอให้ยกคำร้องขอ และมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชนทร์ผู้ตาย คดีดังกล่าวจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าสมควรตั้งผู้ร้องหรือผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และมีประเด็นต้องวินิจฉัยถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมตามคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสอง ขณะที่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่นายเชนทร์ทำขึ้นที่สำนักงานเขตวัฒนา โดยอ้างว่านายเชนทร์สำคัญผิดหรือถูกจำเลยทั้งสองกับพวกใช้กลฉ้อฉล เนื่องจากขณะทำพินัยกรรมไม่มีแพทย์ตรวจสอบร่างกายและจิตใจของนายเชนทร์ซึ่งมีอายุ 92 ปี ระหว่างป่วยเป็นโรคหัวใจและโรคทางสมองผิดปกติ นายเชนทร์มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์และไม่เข้าใจภาษาไทย ล่ามไม่ได้แปลพินัยกรรมให้ถูกต้อง พินัยกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า มีเหตุจะต้องเพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่นายเชนทร์ทำไว้หรือไม่ ซึ่งต้องวินิจฉัยถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมเช่นเดียวกัน ประเด็นของคดีทั้งสองจึงเป็นเรื่องเดียวกัน และเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9704/2558 นางสาวิตรีหรือจิรอร ตังคนังนุกูล โจทก์ นายวิศิษฎ์ ตังคนังนุกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวิตรีหรือจิรอร ตังคนังนุกูล · จำเลย - นายวิศิษฎ์ ตังคนังนุกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล พิชยวัฒน์ · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · รังสรรค์ ดวงพัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระโขนง - นายประพันธ์ กลีบบัว · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรชัย แสงอุไร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1145/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2821/2523ฎีกา 2069/2552ฎีกา 256/2507ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 1206/2533ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 2410/2523ฎีกา 2622/2516ฎีกา 369/2522ฎีกา 5822/2550ฎีกา 2898/2530ฎีกา 7280/2549ฎีกา 10554/2557ฎีกา 1330/2533ฎีกา 1984/2536ฎีกา 2701/2550ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 702/2524ฎีกา 3522/2529ฎีกา 985/2513ฎีกา 5383/2534ฎีกา 6344/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา