คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2161/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 แล้ว คู่ความกลับเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนมิได้มีการฟ้อง และศาลจะพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมที่กระทบสิทธิของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดีไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการเช่าตึกแถวพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 ผู้ให้เช่ากับจำเลยที่ 2 ผู้เช่า แต่โจทก์ได้ยื่นคำบอกกล่าวถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1ผลย่อมเป็นไปตามมาตรา 176 แห่ง ป.วิ.พ. ที่ให้คู่ความกลับเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการฟ้องเลย ภายหลังเมื่อถอนฟ้องจำเลยที่ 1 แล้ว กรณีหากมีการเพิกถอนนิติกรรมการเช่า ผลย่อมเป็นการกระทบต่อสิทธิของจำเลยที่ 1 อันมีอยู่ตามสัญญาเช่าและเป็นบุคคลนอกคดี ดังนั้นศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอของโจทก์ที่ให้เพิกถอนนิติกรรมการเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันตำรวจโทไชยวัฒน์ อิสระ · จำเลย - นางศิริ อิศระ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสนั่น รินทร์ศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทิง มุลพรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา