⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1111/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงประนีประนอมยอมความที่คู่ความแถลงต่อศาลและบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผูกพันคู่ความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดินก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคู่ความแถลงไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า "ตกลงกันได้แล้วโดยตกลงกันแบ่งที่ดินคนละครึ่ง โดยจำเลยได้ด้านทิศเหนือ โจทก์ได้ด้านทิศใต้ โจทก์จำเลยตกลงจะไปแบ่งกันเอง และจะแถลงให้ศาลทราบ" ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องอ้างว่าข้อตกลงนั้นทำให้โจทก์เสียเปรียบ เพราะจะได้แต่ที่ดอนซึ่งเป็นป่า ขอให้เรียกจำเลยมาทำความตกลงกันใหม่จำเลยแถลงคัดค้านว่า ข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ศาลพิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ดังนี้ ศาลชอบที่จะพิพากษาไปตามข้อตกลงนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 เพราะข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยอย่าให้ขัดขวางในการที่โจทก์ขอให้อำเภอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินมรดกเป็นเนื้อที่ ๓ ใน ๔ ส่วนหากแบ่งที่ดินกันไม่ตกลง ขอให้ขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดแบ่งให้โจทก์ ๓ ใน ๔ ส่วน จำเลยให้การต่อสู้คดี ก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา คู่ความแถลงว่า ตกลงกันได้แล้วโดยตกลงกันแบ่งที่ดินคนละครึ่ง จำเลยได้ด้านทิศเหนือ โจทก์ได้ด้านทิศใต้ โจทก์จำเลยตกลงจะไปแบ่งกันเอง และจะแถลงให้ศาลทราบ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องอ้างว่าข้อตกลงนั้นโจทก์เสียเปรียบ จะได้แต่ที่ดอนซึ่งเป็นป่าขอให้เรียกจำเลยมาทำความตกลงกันใหม่ จำเลยแถลงคัดค้านว่าข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อตกลงนั้นยังไม่เด็ดขาด จะต้องไปรังวัดที่ดินแบ่งกันอีกครั้งหนึ่งยังไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส และทรัพย์มรดกของนายพรหมหรือพรม โคคำ โจทก์มีสิทธิได้รับสินสมรสและมรดก ๓ ใน ๔ ส่วนจำเลยมีสิทธิได้รับมรดก ๑ ใน ๔ ส่วน จำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชอบที่จะพิพากษาไปตามข้อตกลงนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงของคู่ความตามที่แถลงไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลนั้น เป็นข้อตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคำฟ้อง ศาลชอบที่จะพิพากษาไปตามข้อตกลงนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปตามข้อตกลงที่จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2517 นางเขียม โคคำ โจทก์ นางหนูพรรณ หรือพรรณ ศรีแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเขียม โคคำ · จำเลย - นางหนูพรรณ หรือพรรณ ศรีแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดไชยา - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1591/2495ฎีกา 8207/2538ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 3222/2525ฎีกา 174/2538ฎีกา 2169/2523ฎีกา 577/2549ฎีกา 1280/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา