⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1115/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกับที่กล่าวในฟ้องเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่แตกต่างในข้อสารสำคัญ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้ แม้โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามความผิดที่ได้ความนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกมีปืนพก 1 กระบอก ติดตัวไปปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย แล้วจำเลยกับพวกร่วมกันใช้ปืนดังกล่าวยิง 3 นัด เพื่อสะดวกแก่การปล้น แต่นำสืบว่าจำเลยกับพวกมีปืนติดตัวไป 3 - 4 กระบอก แล้วใช้ปืนดังกล่าวยิงผู้เสียหายทั้งสอง ดังนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่แตกต่างในข้อสารสำคัญอันจะต้องยกฟ้อง แม้จะปรากฏว่าคนร้ายใช้ปืนตีศีรษะพวกของผู้เสียหายและใช้ปืนยิงผู้เสียหาย แต่โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297 และ 288 หรือ 289ประกอบด้วย 80 ด้วยนั้น ก็ไม่ทำให้ศาลต้องยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีปืนพก ๑ กระบอก เป็นอาวุธติดตัวไปปล้นทรัพย์ ของนายคำ ยอดจวง และนางสวัสดิ์ ยอดจวงผู้เสียหาย โดยใช้ปืนขู่เข็ญจะทำร้ายผู้เสียหายกับพวกและใช้ปืนตีนายสนั่น สอนรอด และนายวัน สีจักพงษ์ พวกของผู้เสียหายแต่ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย กับใช้ปืนยิงรวม ๓ นัด เพื่อให้เป็นความสะดวกในการปล้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒, ๓ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ลงโทษจำคุก ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ ๒ ร่วมปล้นทรัพย์รายนี้จริง และวินิจฉัยว่าแม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกมีปืนพก ๑ กระบอกติดตัวไปปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายแล้วจำเลยกับพวกร่วมกันใช้ปืนดังกล่าวยิง ๓ นัด เพื่อให้เป็นความสะดวกในการปล้นทรัพย์ แต่นำสืบว่าจำเลยทั้งสามกับพวกมีปืนติดตัวไปปล้นทรัพย์ ๓-๔ กระบอก แล้วใช้ปืนดังกล่าวยิงผู้เสียหายทั้งสอง ก็เป็นข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่แตกต่างในข้อสารสำคัญอันจักต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ และการที่คนร้ายใช้ปืนตีนายสนั่นและนายวันและยิงผู้เสียหายทั้งสอง แต่โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕, ๒๙๗ และ ๒๘๘ หรือ ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ด้วยนั้นก็ไม่ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์ อันจะต้องยกฟ้องดังที่จำเลยฎีกา เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยที่ ๒ โดยใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ ๒ แล้ว ก็ชอบที่จะพิพากษาถึงจำเลยที่ ๑ ด้วยเพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีแต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้พิพากษาถึงจำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก่เสียให้ถูก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ตามที่แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2517 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายลาย โกศล ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายลาย โกศล ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา