⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1218/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1218/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลดค่าจ้างปกติของลูกจ้างโดยมิได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมาย. การฟ้องเรียกเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานมีอายุความ 10 ปี.

ย่อคำพิพากษา

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2507) ออกตามความในข้อ 2 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 คำว่า "ลูกจ้างประจำ" หมายถึงลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้เป็นการประจำ ไม่ว่าค่าจ้างนั้นจะกำหนดเป็นรายเดือนรายสัปดาห์รายวันรายชั่วโมงรายระยะเวลาอย่างอื่นหรือกำหนดตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ โจทก์เป็นช่างเย็บ รับจ้างเย็บกางเกงสตรีอยู่ที่ร้านของจำเลยซึ่งเป็นร้านรับตัดเย็บเสื้อผ้าโจทก์มีเครื่องมือในการเย็บผ้า จำเลยมีจักรเย็บผ้าและผ้าให้เย็บงานมีให้ทำเป็นประจำทุกวัน และโจทก์ได้ค่าจ้างเย็บเป็นรายตัว ซึ่งเป็นค่าจ้างที่กำหนดตามผลงานที่ทำได้ ทั้งจำเลยยังเลี้ยงอาหารโจทก์เป็นประจำอีกด้วย ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวแล้ว แม้โจทก์มิได้อยู่กับจำเลยก็ไม่ทำให้เปลี่ยนจากลักษณะของการเป็นลูกจ้างประจำไปได้ จำเลยบอกลดค่าจ้างที่โจทก์เคยได้เป็นปกติ โจทก์ขอร้องให้จ่ายตามอัตราเดิม จำเลยไม่ยอมและกลับพูดว่าถ้าใครไม่ทำก็ให้เก็บของออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างตามความหมายในประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2507) ข้อ 2 ที่ว่าลดค่าจ้างปกติของลูกจ้างโดยมิได้รับความยินยอมจากลูกจ้างนั้นแล้ว การที่ลูกจ้างฟ้องเรียกเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานจากนายจ้างนั้น มิได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษในเรื่องอายุความจึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ให้เป็นช่างฝีมือทำหน้าที่เย็บกางเกงได้ค่าจ้างเป็นรายวัน โดยได้ค่าเย็บกางเกงตัวละ๑๕ บาท วันหนึ่ง ๆ เย็บได้ไม่ต่ำกว่า ๔ ตัว ได้ค่าจ้างเฉลี่ยคนละ ๖๐ บาทต่อวันเป็นอย่างน้อย และทุกคนเข้าทำงานเป็นลูกจ้างติดต่อกันมาไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน ต่อมาจำเลยลดค่าจ้าง โจทก์ไม่ยอม จำเลยไล่โจทก์ออก การที่จำเลยลดค่าจ้างโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ต้องจ่ายเงินชดเชยแก่โจทก์คนละ ๑,๘๐๐ บาทตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินชดเชยแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินชดเชยแก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของร้านลอยเซนเตอร์ พวกโจทก์ทั้ง ๑๒ คนเป็นช่างเย็บ รับจ้างเย็บกางเกงผู้หญิงอยู่ที่ร้านของจำเลย โดยได้ค่าจ้างตัวละ ๑๕ บาท ต่อมาจำเลยลดค่าจ้างลงเหลือตัวละ ๑๓ บาท โจทก์ไม่พอใจ จึงได้ไปร้องเรียนต่อกรมแรงงาน กรมแรงงานไกล่เกลี่ยสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยจ่ายเงินชดเชยให้แก่พวกโจทก์คนละ ๑,๘๐๐ บาท รวม ๑๒ คน เป็นเงิน ๒๑,๖๐๐ บาท จำเลยยังไม่จ่าย โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ศาลบังคับ คดีมีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิที่จะได้รับเงินชดเชยเพราะจำเลยเลิกจ้างหรือไม่ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในข้อ ๒ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙ นั้น คำว่า "ลูกจ้างประจำ" หมายถึงลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้เป็นการประจำ ไม่ว่าค่าจ้างนั้นจะกำหนดเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน รายชั่วโมง รายระยะเวลาอย่างอื่น หรือกำหนดตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์มีเครื่องมือในการเย็บผ้า จำเลยมีจักรเย็บผ้าและผ้าให้เย็บโจทก์ได้ค่าจ้างเป็นรายตัว และงานที่ทำมีประจำให้ทำทุกวัน ทั้งได้ค่าจ้างจากผลงานที่ลูกจ้างทำได้ด้วย ดังนี้ ถือได้แล้วว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้อยู่กับจำเลย ก็ไม่ทำให้เปลี่ยนจากลักษณะของการเป็นลูกจ้างประจำไปได้ เพราะงานมีทำเป็นประจำทุกวันและกำหนดค่าจ้างตามผลงานที่พวกโจทก์ทำได้คือตัวละ ๑๕ บาท ทั้งจำเลยยังเป็นผู้เลี้ยงอาหารพวกโจทก์เป็นประจำอีกด้วย ส่วนที่ฎีกาว่า การลดค่าจ้างยังอยู่ในระหว่างการทำความตกลงกันให้เป็นที่แน่นอนแต่พวกโจทก์กลับไปร้องเรียนต่อกรมแรงงานทันทีนั้นได้ความจากพยานโจทก์ว่า เมื่อจำเลยบอกลดค่าจ้างเย็บกางเกงผู้หญิงจาก ๑๕ บาทลงเหลือ ๑๓ บาทแล้ว ในวันรุ่งขึ้นพวกโจทก์มาทำงานตามปกติ เมื่อส่งงานค้างเก่าแล้วจำเลยจ่ายงานใหม่ให้ทำโดยติดราคาค่าจ้างมาบนผ้าที่จะให้เย็บนั้นเป็น ๑๓ บาท พวกโจทก์ขอร้องให้จ่ายค่าจ้างอัตราเดิม แต่จำเลยไม่ยอม และบอกว่าถ้าใครไม่ทำก็เก็บของออกไปได้ ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้าง ตามความหมายในประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ข้อ ๒ ที่ว่าลดค่าจ้างปกติของลูกจ้างโดยมิได้รับความยินยอมจากลูกจ้างนั้นแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าชดเชยให้โจทก์วันละ ๖๐ บาท เท่ากันทุกคนยังไม่ถูกต้องนั้น ได้ความจากนายฮุ้งน้ำ แซ่เฮ้ง พยานจำเลยเองว่าช่างเย็บเช่นพวกโจทก์นี้ มีรายได้อย่างต่ำวันละประมาณ ๗๐ บาท ประกอบกับในเอกสารหมาย จ.๕ ซึ่งเป็นบันทึกเรื่องราวระหว่างพวกโจทก์กับจำเลยนี้ที่กรมแรงงาน ทั้งสองฝ่ายก็รับกันว่าวันหนึ่ง ๆ ลูกจ้างจะทำงานเย็บกางเกงได้ ๔ ตัว คิดเป็นเงิน ๖๐ บาท ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยคนละ ๓๐ วัน วันละ ๖๐ บาท จึงเป็นการถูกต้องแล้ว ปัญหาสุดท้ายคือเรื่องอายุความ ซึ่งจำเลยฎีกาว่าคดีนี้เป็นเรื่องละเมิด โจทก์มาฟ้องจำเลยเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่โจทก์กับพวกถือว่าจำเลยไล่พวกโจทก์ออก คดีจึงขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยกับศาลล่างทั้งสองว่า การฟ้องเรียกร้องเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานนี้มิได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษในเรื่องอายุความ จึงต้องใช้อายุความ๑๐ ปีตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยชำระเงินชดเชยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1218/2517 นายเสถียร บุญสนิท กับพวกรวม 12 คน โจทก์ นายณรงค์ จิวจินดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสถียร บุญสนิท กับพวกรวม 12 คน · จำเลย - นายณรงค์ จิวจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุรเจตน์ วิชิตชลชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2036/2542ฎีกา 4082/2530ฎีกา 2908/2523ฎีกา 793/2507ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1479/2526ฎีกา 158/2509ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 601/2537ฎีกา 602/2490ฎีกา 746/2533ฎีกา 14102/2557ฎีกา 142/2535ฎีกา 24/2542ฎีกา 1361/2527ฎีกา 237/2529ฎีกา 1533/2509ฎีกา 2169/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา