คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรนอกกฎหมายที่บิดาผู้ตายรับรองแล้ว มีสิทธิฟ้องเรียกค่าปลงศพและค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบิดาผู้ตายได้
ย่อคำพิพากษา
กรณีผู้ละเมิดขับรถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์ของบิดาโจทก์เสียหายและเป็นเหตุให้บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาโจทก์ผู้ตายรับรองแล้ว มีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าปลงศพของบิดาโจทก์ผู้ตาย และมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ของบิดาโจทก์ที่ถูกชนเสียหายนั้นด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรที่บิดารับรองแล้ว จึงเป็นผู้สืบสันดานเสมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ นายทัน นักรบลูกจ้างของจำเลยทั้งสองได้ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างและโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถเก๋งที่บิดาโจทก์ขับมาเสียหาย และบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย จึงขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายรถยนต์ที่ถูกชนค่าทำศพบิดาและค่าที่โจทก์ขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู รวมเป็นเงิน๑๐๐,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การปฏิเสธและตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายจึงไม่อยู่ในฐานะที่ต้องอุปการะโจทก์ตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมาย ซึ่งผู้ตายเป็นบิดาได้รับรองแล้ว ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเสมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีสิทธิฟ้องได้ และฟังว่า นายทัน นักรบ ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายทัน เป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสอง และขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสอง ชนรถยนต์บิดาโจทก์เสียหายโดยประมาท และเป็นเหตุให้บิดาโจทก์ถึงแก่ความตายและวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว หาใช่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในฐานะผู้สืบสันดานของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙(๑) เท่านั้นคือ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทำศพและค่ารถยนต์เสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าทำศพ๑๐,๐๐๐ บาท และค่ารถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท
จำเลยทั้งสองฎีกา
ในปัญหาที่ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องคดีนี้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์เป็นบุตรที่บิดารับรองแล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเสมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๗ ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าปลงศพของบิดาได้ตามนัยฎีกาที่ ๑๖๐๑/๒๔๙๒ การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากรถยนต์ถูกชนเสียหายนั้นเนื่องจากโจทก์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาจึงมีสิทธิรับมรดกของบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๙ (๑) สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเป็นของบิดาโจทก์ เมื่อบิดาโจทก์ตาย สิทธิเรียกร้องตกทอดไปยังทายาทผู้รับมรดกโจทก์มีสิทธิได้รับมรดก จึงได้รับมรดกสิทธิเรียกร้องนั้น และมีสิทธิฟ้องได้ส่วนค่าขาดไร้อุปการะนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องและโจทก์ไม่ฎีกา จึงไม่ต้องวินิจฉัยศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ และพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2517
นายอุดม คนไว ผู้เยาว์ โดยนางไน้ คนไว มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์
นายเชษฐ์ ไชยวานิช ที่ 1 นายสุชาติ ไชยวานิช ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอุดม คนไว ผู้เยาว์ โดยนางไน้ คนไว มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายเชษฐ์ ไชยวานิช ที่ 1 นายสุชาติ ไชยวานิช ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ล้วน นิลกำแหง · สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายวิเชียร มณีกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา