คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีเจตนาทุจริตเพื่อเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทะเลาะกับ ท. ภริยาซึ่งเป็นหลานของผู้เสียหาย ท. หนีไปอยู่บ้านผู้เสียหายจำเลยไปตาม ท. และจะทำร้าย ท. ผู้เสียหายตบจำเลยบอกให้จำเลยกลับบ้าน และรับปากว่าจะพา ท. ไปส่งที่บ้านจำเลยแต่แล้วก็ไม่พาไปส่ง จำเลยไปบ้านผู้เสียหายอีกพบแต่ภริยาของผู้เสียหายจำเลยโกรธจึงหยิบเอาเครื่องรับวิทยุของผู้เสียหายไปต่อหน้า โดยบอกแก่ภริยาผู้เสียหายว่า ถ้าจะเอาคืน ก็ให้พา ท. ไปเอาคืนที่บ้าน จำเลยเปิดวิทยุฟังจนถึงบ้าน พอได้ยินเพลงเมียหายต้องตามหา ก็เกิดโมโหเลยทุ่มและกระทืบเครื่องรับวิทยุเสีย ที่จำเลยเอาเครื่องรับวิทยุของผู้เสียหายไปเช่นนี้มิได้มีเจตนาทุจริตลักเอาเครื่องรับวิทยุนั้น หากแต่เอาไปเพราะความโกรธ จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ลักเครื่องรับวิทยุ ๑ เครื่อง ราคา ๒๕๐ บาท ของนายบัวทอง อั้งลี่ ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาวิทยุ ๒๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก ๓ เดือนใช้ราคาวิทยุ ๒๕๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ ส่วนวิทยุของกลางให้คืนจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่มีเถยจิตเป็นโจร พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนผู้เสียหาย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่รับกันฟังได้ว่า จำเลยได้เอาเครื่องรับวิทยุของผู้เสียหายไปจริง คดีมีปัญหาแต่เพียงว่า จำเลยเอาเครื่องรับวิทยุของผู้เสียหายไปโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ ข้อนี้ผู้เสียหายเองก็เบิกความว่า เข้าใจว่าจำเลยเอาวิทยุของผู้เสียหายไปเพราะโกรธผู้เสียหายที่ตบจำเลยและร้อยตำรวจโทสถิตย์ผู้จับจำเลยเบิกความว่า จำเลยบอกว่าโกรธผู้เสียหายที่พาภริยาจำเลยไปไว้ที่บ้านผู้เสียหาย จำเลยจึงเอาวิทยุไปทุบเสีย ประกอบกับข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวข้างต้น จึงน่าเชื่อว่า เมื่อจำเลยมาตามนางแท้ครั้งหลังไม่พบนางแท้และผู้เสียหาย จำเลยโกรธว่า เมื่อมาตามครั้งแรกผู้เสียหายก็ตบจำเลย และผู้เสียหายก็รับปากไว้ว่าจะพานางแท้ไปส่งที่บ้านจำเลย แต่ก็ไม่พาไปส่ง จำเลยจึงเข้าไปหยิบเอาเครื่องรับวิทยุไป โดยบอกแก่ภริยาผู้เสียหายว่า ถ้าจะเอาคืน ก็ให้พานางแท้ไปเอาคืนที่บ้าน จำเลยเอาเครื่องรับวิทยุไปเปิดฟัง พอได้ยินเพลงที่ทำให้ความโกรธพลุ่งขึ้นอีก จำเลยจึงทุ่มและกระทืบเครื่องรับวิทยุเสีย ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตลักเอาเครื่องรับวิทยุนั้น หากแต่เอาไปเพราะความโกรธ และจะคืนให้เมื่อผู้เสียหายพานางแท้ไปส่งให้จำเลย แต่ภายหลังเมื่อได้ยินเพลงที่ทำให้ความโกรธพลุ่งขึ้นอีก จำเลยจึงทำลายเครื่องรับวิทยุเสีย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2517
พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์
นายบุญชู ชำนาญกิจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายบุญชู ชำนาญกิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สรรเสริญ ไกรจิตติ · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายบุญส่ง วรรณกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา