คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแย่งปืนที่ลั่นถูกผู้เสียหายในขณะแย่งปืนกัน ไม่ถือว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า แต่ปืนและกระสุนปืนของกลางยังคงต้องริบตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีปืนซึ่งไม่มีเครื่องหมายเลขทะเบียน1 กระบอก กับกระสุน 1 นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับ อนุญาตและจำเลยใช้ปืนนั้นยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 กับ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และริบปืนกับปลอกกระสุนปืนของกลาง แต่ข้อเท็จจริงในการพิจารณากลับปรากฏว่าปืนและกระสุนปืนเป็นของผู้เสียหายผู้เสียหายควักออกมาจะยิงจำเลย จำเลยเข้าแย่งกระสุนปืนลั่นขึ้นในขณะที่กอดปล้ำแย่งปืนกัน ถูกผู้เสียหายบาดเจ็บ จำเลยจึงไม่มีความผิด แต่ปืนและกระสุนปืนของกลางยังคงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายเลขทะเบียน๑ กระบอก กระสุน ๑ นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจำเลยได้ใช้มีดโต้ของนายหงษ์ พาชีฟันนายหงษ์ พาชีถูกศีรษะ ๑ ที และใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายหงษ์ พาชี อีก ๑ ทีถูกที่ท้องโดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย แต่แพทย์รักษาไว้ทันท่วงทีนายหงษ์ พาชี จึงไม่ตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔ มาตรา ๓ ริบปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางส่วนมีดของกลางคืนเจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑๒ ปี ปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางให้ริบ มีดของกลางคืนเจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยใช้มีดฟันและใช้ปืนยิงผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัว แต่การที่จำเลยใช้ปืนยิงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ปืนและกระสุนปืนของกลางเป็นของผู้เสียหายพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี และให้รอการลงโทษไว้ ๓ ปียกฟ้องเฉพาะข้อหาฐานมีปืนและกระสุนปืนของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยยิงไม่เป็นการป้องกันตัว ปืนและกระสุนเป็นของจำเลยขอให้ลงโทษตามฟ้อง จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนที่ผู้เสียหายจะถูกกระสุนปืนจำเลยเป็นฝ่ายแย่งมีดได้จากผู้เสียหาย แล้วใช้มีดนั้นฟันผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัว ผู้เสียหายควักปืนออกมาภายหลังที่จำเลยฟันผู้เสียหายและทิ้งมีดไปแล้ว จำเลยจึงต้องเข้าแย่งปืนจากผู้เสียหายอีกเป็นเหตุให้ปืนลั่นขึ้นในทันที การที่ผู้เสียหายควักปืนออกมายิงจำเลย ปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางจึงเป็นของผู้เสียหาย และการที่ปืนลั่นขึ้นในขณะจำเลยกับผู้เสียหายแย่งปืนกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานใช้ปืนยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าดังที่โจทก์ฎีกา ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยมานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา
พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้อง ปืนและกระสุนปืนของกลางคงให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ มีดของกลางคืนเจ้าของ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2517
พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายสมศักดิ์ สุรจิต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายสมศักดิ์ สุรจิต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · สนิท บริรักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายพิมล สมานิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา