คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสูญเสียยานพาหนะที่เอาประกันภัยไว้ในความผิดฐานชิงทรัพย์ ถือว่าเป็นการสูญเสียรถอันเกิดจากการลักทรัพย์ตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ประกันภัย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำรถยนต์เอาประกันวินาศภัยไว้กับจำเลยตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยระบุไว้ว่า "การสูญหรือเสียหายแก่ยานพาหนะที่ระบุไว้ในตารางแห่งกรมธรรม์นี้รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ในระหว่างที่ยังติดประจำอยู่อันเกิดจาก (ก) ไฟไหม้ ฯลฯ หรือลักทรัพย์หรือ (ข) การกลั่นแกล้งหรือ (ค) ระหว่างเดินทางโดยทางถนน รถไฟ ฯลฯ" เมื่อรถยนต์ของโจทก์ถูกคนร้ายชิงเอาไปขณะเดินทางโดยทางถนนจึงเป็นกรณีที่โจทก์สูญเสียยานพาหนะที่เอาประกันภัยไว้ในความผิดฐานชิงทรัพย์ ซึ่งมีการกระทำที่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ในตัวถือได้ว่าโจทก์ต้องสูญเสียรถ เพราะมีการลักรถนั้นไป กรณีต้องตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ประกันภัย จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้นำรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน พ.บ. ๐๒๐๒๓ ประกันภัยไว้กับบริษัทจำเลยมีกำหนด ๑ ปี ระหว่างอายุสัญญาประกันภัยลูกจ้างของโจทก์ได้นำรถยนต์คันนี้ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมันปฐมภัณฑ์ ๒ ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม แล้วถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขู่เอารถยนต์ไป โจทก์ยังไม่ได้รับรถคืน ได้ทวงถามให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน ๑๐๐,๐๐๐ บาทตามสัญญา จำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับชำระเงินจำนวนนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่ง นับแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๑๔ถึงวันฟ้อง
จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ แต่ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยรับว่าโจทก์ได้นำรถยนต์คันที่หายประกันภัยไว้กับจำเลยจริงและรับว่าลูกจ้างของโจทก์ได้ขับรถคันนี้จากจังหวัดสมุทรปราการจะไปจังหวัดชุมพร พอถึงจังหวัดนครปฐมลูกจ้างของโจทก์ขับรถไปจอดหลบฝนอยู่ที่ปั๊มน้ำมันปฐมภัณฑ์ ๒ ขณะนั้นมีพวกคนร้ายมาชิงเอารถไป โจทก์ จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นเดียวว่าจำเลยจำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ๑๐๗,๔๗๙ บาท กับดอกเบี้ยให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า รถยนต์ของโจทก์ถูกคนร้ายชิงไปเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยไม่มีความหมายรวมไปถึงการชิงทรัพย์ จำเลยไม่ต้องรับผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยข้อ ๒ ระบุไว้ว่า "การสูญหรือเสียหายแก่ยานพาหนะที่ระบุไว้ในตารางแห่งกรมธรรม์นี้รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ที่ยังติดประจำอยู่อันเกิดจาก
(ก) ไฟไหม้ ฯลฯ หรือลักทรัพย์ หรือ
(ข) การกลั่นแกล้ง หรือ
(ค) ระหว่างการเดินทาง โดยทางถนน รถไฟ ฯลฯ"
เมื่อรถยนต์ของโจทก์ถูกคนร้ายชิงเอาไปขณะเดินทางโดยทางถนน จึงเป็นกรณีที่โจทก์สูญเสียยานพาหนะที่เอาประกันภัยไว้ในความผิดฐานชิงทรัพย์ ซึ่งมีการกระทำที่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ในตัวถือได้ว่าโจทก์ต้องสูญเสียรถเพราะมีการลักรถนั้นไป กรณีต้องตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยของจำเลย จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์
พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2517
นายฮารจันทร์ ซิงห์ โจทก์
บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฮารจันทร์ ซิงห์ · จำเลย - บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแถมชัย สิทธิไตรย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา