คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพราะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ก่อน ไม่ถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ขอจดทะเบียนรายหลัง หากผู้ขอจดทะเบียนรายหลังไม่ได้ดำเนินการใดๆ หรือไม่มีการคัดค้านจากผู้จดทะเบียนรายแรก
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ยอมรับจดทะเบียนให้ โดยอ้างว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือเกือบเหมือนเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งขอจดทะเบียนไว้ก่อน โจทก์ก็มิได้ดำเนินการอย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ประการใด โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกจำเลยไปทำความตกลงเพราะจำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ก่อนโจทก์ และตามคำฟ้องโจทก์ก็ยอมรับว่าเครื่องหมายการค้าที่โจทก์จำเลยขอจดทะเบียนไม่เหมือนหรือเกือบเหมือนกันที่จำเลยเพิกเฉยเสียไม่มาทำความตกลงกับโจทก์ถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจะดำเนินการจดทะเบียนให้โจทก์ไม่ได้โดยอ้างว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือเกือบเหมือนเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งขอจดทะเบียนไว้ก่อนให้ทำความตกลงหรือนำคดีไปสู่ศาล โจทก์แจ้งให้จำเลยมาทำความตกลงจำเลยเพิกเฉยเสีย ถือว่าจำเลยขัดขวางและคัดค้านสิทธิโจทก์ ขอให้บังคับห้ามมิให้จำเลยคัดค้านขัดสิทธิการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตามคำฟ้องโจทก์ ซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ก่อนโจทก์ เครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือเกือบเหมือนกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย จำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกจำเลยไปทำความตกลง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่าโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจะดำเนินการจดทะเบียนให้โจทก์ไม่ได้โดยอ้างว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือเกือบเหมือนเครื่องหมายการค้าของจำเลย โจทก์แจ้งให้จำเลยมาทำความตกลง จำเลยเพิกเฉยเสีย ถือว่าจำเลยขัดขวางและคัดค้านสิทธิของโจทก์ เห็นว่าการที่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ยอมรับจดทะเบียนให้โจทก์ ตามเหตุผลดังกล่าวนั้น เป็นความเห็นของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเอง โจทก์ก็มิได้ดำเนินการอย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ประการใดเลย โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกจำเลยไปทำความตกลงเพราะจำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ก่อนโจทก์ และเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียนกับที่จำเลยขอจดทะเบียนโจทก์ก็ยอมรับตามฟ้องว่ามิได้เหมือนหรือเกือบเหมือนกันแต่อย่างใด ฉะนั้น ที่จำเลยเพิกเฉยเสียไม่มาทำความตกลงกับโจทก์ดังโจทก์อ้างนั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2517
บริษัทธานินทร์อุตสาหกรรม จำกัด โดยนายอุดม วิทยะสิรินันท์ โจทก์
นายวรวิทย์ สุธีรชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทธานินทร์อุตสาหกรรม จำกัด โดยนายอุดม วิทยะสิรินันท์ · จำเลย - นายวรวิทย์ สุธีรชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา