⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2982/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2982/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทประกันภัยต่อการขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ถือเป็นข้อตกลงที่ผู้เอาประกันภัยยอมรับและสละสิทธิเรียกร้องในส่วนนั้น * หากบริษัทประกันภัยไม่เร่งรัดให้มีการซ่อมแซมยานยนต์ที่เอาประกันภัยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา หรือตามที่ระบุไว้ในใบสั่งซ่อม ถือว่าบริษัทประกันภัยประพฤติผิดสัญญา ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิที่จะนำรถไปซ่อมที่อื่นและเรียกร้องค่าซ่อมจากบริษัทประกันภัยได้ แต่ไม่สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินได้ หากกรมธรรม์ได้ระบุข้อยกเว้นไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้ประกันภัยรถยนต์ไว้กับจำเลย ต่อมารถยนต์คันที่เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุถูกชนเสียหายมากชำรุดใช้การไม่ได้ ปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องชดใช้ค่าที่โจทก์ขาดประโยชน์ในการให้เช่ารถระหว่างรถเข้าอู่ซ่อมเพียงไรหรือไม่นั้น เมื่อปรากฏตามสำเนากรมธรรม์ท้ายฟ้องตรงกับคู่ฉบับกรมธรรม์ที่จำเลยอ้างระบุข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยไว้ว่าไม่ต้องผูกพันรับผิดต่อสิทธิเรียกร้องใดๆอันเกี่ยวกับการขาดประโยชน์ ผลจึงเท่ากับโจทก์ผู้เอาประกันภัยยอมรับตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ สละสิทธิเรียกร้องในเหตุดังกล่าวแล้วโจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยรับผิดในค่าขาดประโยชน์ในการให้เช่ารถของโจทก์ได้ และปัญหาข้อนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยจากการสืบพยานจำเลยเพราะอาจวินิจฉัยได้ตามความในเอกสารกรมธรรม์อยู่แล้ว ตามกรมธรรม์ระบุไว้ว่า ในกรณียานยนต์เสียหาย จำเลยผูกพันรับผิดเพียงที่จะต้องซ่อมให้ ณ โรงซ่อมที่จำเลยเห็นสมควรจนอยู่ในสภาพใช้การได้ จำเลยได้จัดสรรอู่ซ่อมรถให้โจทก์แล้วตามใบสั่งซ่อมมีหมายเหตุว่า ใบสั่งซ่อมนี้กำหนดใช้ภายใน 60 วันนับแต่วันสั่งซ่อม จำเลยจึงมีหน้าที่เร่งรัดให้ซ่อมรถโจทก์ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 60 วันตามที่หมายเหตุไว้ เมื่อจำเลยเพิกเฉยเสียปล่อยให้อู่ทำการซ่อมชักช้า และไม่จัดการเลิกจ้างแล้วเปลี่ยนอู่ซ่อมให้ใหม่ทำให้โจทก์ต้องเสียประโยชน์ต้องถือว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาแล้ว ชอบที่โจทก์จะนำรถไปให้อู่แห่งอื่นซ่อมแล้วเรียกร้องให้จำเลยใช้ค่าซ่อมให้เพราะเงื่อนไขดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะป้องกันสิทธิของตน แต่โจทก์จะเรียกร้องเอาค่าขาดประโยชน์หาได้ไม่เพราะเป็นสิทธิเรียกร้องที่ไม่อาจบังคับเอาแก่จำเลยได้ตามกรมธรรม์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.877

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัทสันได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลย ต่อมารถของโจทก์คันที่เอาประกันภัยไว้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถของผู้อื่นได้รับความเสียหายในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย จำเลยมีหน้าที่ซ่อมแซมความเสียหายให้เสร็จภายในเวลาอันสมควร หากจะใช้เวลาซ่อมก็ไม่เกิน ๒ เดือน จำเลยรับรถไปจากโจทก์แล้ว หาได้ทำการซ่อมไม่ นับแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๙ เดือนเศษ จำเลยยังซ่อมไม่เสร็จเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องขาดประโยชน์อันควรได้จากการให้เช่ารถยนต์คันดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๗,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยได้จัดการมอบรถของโจทก์ให้อู่จัดการซ่อมแล้วการซ่อมเสร็จเร็วหรือช้าไม่ใช่ความผิดของจำเลยอย่างไรก็ตามจำเลยยังได้รับการยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทโจทก์ได้ประกันภัยรถยนต์ยี่ห้อดัทสันไว้กับบริษัทจำเลยเพื่อความวินาศภัย ต่อมารถยนต์คันที่เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุถูกชนเสียหายมากอยู่ในสภาพที่ชำรุดใช้การไม่ได้ บริษัทจำเลยออกใบสั่งซ่อมรถของโจทก์ให้อู่ดินแดงจัดการซ่อม ใบสั่งซ่อมมีหมายเหตุตอนท้ายว่า "ใบสั่งซ่อมนี้กำหนดใช้ภายในหกสิบวันนับแต่วันสั่งซ่อม อู่ซ่อมต้องให้เจ้าของรถหรือผู้ขับเซ็นชื่อ (เพื่อรับรองว่าซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว) มิฉะนั้น บริษัทจะไม่จ่ายเงินค่าซ่อม" ทางอู่ซ่อมรถเสร็จให้ทางบริษัทโจทก์เซ็นชื่อรับรองซึ่งเป็นเวลาหลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้วเกือบ ๔ เดือน ปัญหาว่า บริษัทจำเลยจะต้องชดใช้ค่าที่บริษัทโจทก์ขาดประโยชน์ในการให้เช่ารถระหว่างรถเข้าอู่ซ่อมเพียงไรหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยต่อสู้ปฏิเสธความรับผิดไว้ในคำให้การว่าไม่จำต้องรับผิดตามข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยหมวดที่ ๓ ข้อ ๓ โดยอ้างอิงเงื่อนไขในกรมธรรม์เป็นสำคัญ ซึ่งระบุไว้ในหมวดที่ ๓ ว่าด้วยข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทจำเลยข้อ ๓ ว่า ไม่ต้องผูกพันรับผิดต่อสิทธิเรียกร้องใด ๆ อันเกี่ยวกับการขาดประโยชน์ ผลจึงเท่ากับบริษัทโจทก์ผู้เอาประกันภัยยอมรับตามเงื่อนไขในกรมธรรม์โดยสละสิทธิเรียกร้องในเหตุดังกล่าวไว้แล้วนั่นเอง จึงไม่อาจเรียกร้องให้บริษัทจำเลยรับผิดในค่าขาดประโยชน์ในการให้เช่ารถของบริษัทโจทก์อย่างไรได้ปัญหาข้อนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยจากการสืบพยานจำเลยแต่อย่างใด เพราะอาจวินิจฉัยได้จากความในเอกสารกรมธรรม์อยู่แล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า บริษัทจำเลยจะปัดความรับผิดต่อโจทก์ไม่ได้เพราะบริษัทจำเลยมีหน้าที่ซ่อมรถของโจทก์ตามข้อผูกพัน กลับไม่เอาใจใส่ต่อการซ่อมรถทำให้เสียเวลาซ่อมเนิ่นนานถึงปีเศษได้ชื่อว่าทำผิดหน้าที่ผู้รับประกัน กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามหมวดที่ ๓ ข้อ ๓แห่งกรมธรรม์ บริษัทจำเลยต้องรับผิดในการทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าการซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากวินาศภัยเป็นหน้าที่ของบริษัทจำเลยจะต้องดำเนินการบำบัด เพื่อให้รถกลับคืนสภาพเดิมนั้น เป็นผลจากข้อสัญญาตามกรมธรรม์ซึ่งไม่อาจปรับเป็นเรื่องทำละเมิดได้ เพราะไม่ได้มีมูลมาจากการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายทั้งการที่บริษัทจำเลยไม่จัดการซ่อมรถให้เสร็จไปในเวลาอันควร ก็เป็นการละเลยงดเว้นหน้าที่ตามข้อผูกพันต่างหาก ตามเงื่อนไขในหมวดที่ ๔ แห่งกรมธรรม์ข้อ ๑๖ ระบุว่า "ในกรณียานยนต์เสียหายและบริษัทต้องรับผิดชอบชดใช้ให้ตามความในกรมธรรม์ประกันภัย ฉบับนี้นั้นไม่ว่าความเสียหายจะมากน้อยเพียงใดก็ตาม บริษัทผูกพันรับผิดเพียงที่จะต้องซ่อมให้ ณ โรงซ่อมที่บริษัทเห็นสมควรจนอยู่ในสภาพใช้การได้เท่านั้น" ถึงแม้บริษัทจำเลยจะได้จัดสรรอู่ซ่อมรถให้บริษัทโจทก์แล้วก็ตามบริษัทจำเลยก็มีหน้าที่เร่งรัดทางอู่ให้ซ่อมรถให้เสร็จเรียบร้อยภายใน ๖๐ วันตามหมายเหตุในใบสั่งซ่อม เท่าที่บริษัทจำเลยเพิกเฉยเสีย ปล่อยให้อู่ทำการที่ว่าจ้างชักช้า โดยไม่จัดการเลิกจ้างแล้วเปลี่ยนอู่ซ่อมรถให้ใหม่อันเป็นผลให้บริษัทโจทก์ต้องเสียประโยชน์ ต้องถือว่าบริษัทจำเลยเป็นฝ่ายประพฤติผิดสัญญาแล้ว ชอบที่บริษัทโจทก์จะเอารถไปให้อู่แห่งอื่นซ่อมแล้วเรียกร้องให้บริษัทจำเลยใช้ค่าซ่อมต่อไปได้ มิใช่ว่าบริษัทโจทก์จะหมดหนทางแก้ไขเสียทีเดียวเพราะเงื่อนไขดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิบริษัทโจทก์ในอันที่จะป้องกันสิทธิของตนแต่ประการใด ถึงอย่างไรค่าขาดประโยชน์ของบริษัทโจทก์ก็เป็นสิทธิเรียกร้องที่ไม่อาจบังคับเอาได้กับบริษัทจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2982/2517 บริษัทสยามเครดิต จำกัด โดยนายสังวรณ์ สุทธิสานนท์ และนายปิติ สิทธิอำนวย กรรมการ โจทก์ บริษัทสหเวชชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายกำธร ศรีรัตนประภาส กรรมการ

รายละเอียดคดี

คู่ความสิทธิอำนวย - บริษัทสยามเครดิต จำกัด โดยนายสังวรณ์ สุทธิสานนท์ และนายปิติ · โจทก์ - กรรมการ · กรรมการ - บริษัทสหเวชชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายกำธร ศรีรัตนประภาส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายนิยม ติวุตานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 767/2518ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 2224/2528ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา