คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเข้ายึดถือที่สาธารณะ ไม่ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของประชาชนทั่วไปที่ทำให้เกิดสิทธิฟ้องร้องได้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ หรือถูกขัดขวางการใช้สิทธิเป็นพิเศษ
ย่อคำพิพากษา
ตามฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยเข้ายึดถือที่ดินบางส่วนของที่สาธารณะอันทางราชการได้หวงกันเอาไว้เพื่อใช้ดินซ่อมตัวเขื่อนและทำประโยชน์อื่น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสี่คน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้รับความเสียหายยิ่งกว่าประชาชนทั่วไปทั้งโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ชัดแจ้งว่าจำเลยขัดขวางการใช้สิทธิของโจทก์เป็นพิเศษประการใดบ้าง ดังนี้ ไม่พอถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 (อ้างฎีกาที่1410/2513)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทุกคนเป็นผู้ใหญ่บ้าน ใกล้หมู่บ้านของโจทก์ทั้งสี่มีหนองสาธารณะอยู่แห่งหนึ่งชื่อหนองนาตาล ทางราชการได้สร้างเขื่อนในเขตหนองเพื่อเก็บน้ำหลายปีมาแล้ว โดยกันที่ไว้เพื่อจะได้ใช้ดินซ่อมตัวเขื่อนและทำประโยชน์อื่น จำเลยได้เข้ายึดถือที่ดินดังกล่าวเพื่อเอาเป็นกรรมสิทธิ์ และขัดขวางไม่ให้โจทก์กับราษฎรกว่าห้าพันคนใช้ที่ดินนั้น ขอให้พิพากษาห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ประโยชน์ที่ดินพิพาท
จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยได้รับมรดกมาจากบิดาและครอบครองทำประโยชน์มา ๔๐ ปี และได้แจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว การที่จำเลยครอบครองไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะอยู่ในเขตหนองนาตาลตามฟ้องพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ประโยชน์ที่ดินพิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ แต่คดีไม่ได้ความว่าจำเลยได้ขัดขวางสิทธิของโจทก์อย่างไรอันจะทำให้ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โดยหลักทั่วไปแล้ว ที่สาธารณะเป็นที่ซึ่งพลเมืองทุกคนรวมทั้งโจทก์ย่อมมีสิทธิใช้ได้ สำหรับคดีนี้ปรากฏตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยเข้ายึดถือที่ดินบางส่วนของที่สาธารณะอันทางราชการได้ทวงกันเอาไว้เพื่อใช้ดินซ่อมตัวเขื่อนและทำประโยชน์อื่น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสี่คนได้รับความเสียหายยิ่งกว่าประชาชนทั่วไปทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้แจ้งชัดว่าจำเลยขัดขวางการใช้สิทธิของโจทก์เป็นพิเศษประการใดบ้าง จึงไม่พอถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ตามนัยคำพิพากษาคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๑๐/๒๕๑๓
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2517
นายวันดี ชัยเกล้า กับพวกรวม 4 คน โจทก์
นายอุดม นามอาษา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวันดี ชัยเกล้า กับพวกรวม 4 คน · จำเลย - นายอุดม นามอาษา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสุนทร จันทรศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวชิระ รัตนสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา