คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 550/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ตายเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายจำเลยก่อนหลังจากที่ผู้ตายได้ข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ แม้จำเลยจะเดินเข้าไปหาผู้ตายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายเมาสุรามาด่าจำเลยโดยไม่ออกชื่อ แล้วเข้าบ้านไปถือมีดดาบมาท้าทายจำเลยอีก จำเลยถือไม้ไผ่ด้ามพลั่วอันหนึ่งเดินไปหาผู้ตาย ต่างพูดท้าทายกัน แล้วผู้ตายใช้มีดดาบฟันจำเลยก่อน จำเลยหลบทันและล้มลงยังพื้นดิน แล้วจำเลยลุกขึ้นใช้ไม้ไผ่ที่ถือมานั้นตีผู้ตายถึงแก่ความตาย การที่จำเลยถือไม้เดินไปหาผู้ตาย เป็นการแสดงความสมัครใจจะต่อสู้กับผู้ตายจำเลยจะอ้างการป้องกันไม่ได้ แต่การที่ผู้ตายมาด่าจำเลยแล้วกลับไปเอามีดดาบมาท้าทายจำเลยอีก และยังเป็นฝ่ายลงมือฟันจำเลยก่อนด้วย เช่นนี้ เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ต้องถือว่าที่จำเลยตีผู้ตายไปในขณะนั้นเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ไม้ด้ามพลั่วขุดดินเป็นอาวุธตีโดยมีเจตนาฆ่านายแก้ว คณาเดิม หลายที ถูกบริเวณศีรษะ จนนายแก้วถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบด้ามพลั่วของกลาง
จำเลยให้การว่า ได้ใช้ด้ามพลั่วตีผู้ตายเพื่อป้องกันตัว
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คืนไม้ของกลางให้จำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๑๕ ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปี ไม้ของกลางริบ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายเมาสุรามาด่าจำเลยโดยไม่ออกชื่อแล้วเข้าบ้านไปถือมีดดาบมาท้าทายจำเลยอีก จำเลยถือไม้ไผ่ด้ามพลั่วอันหนึ่งเดินไปหาผู้ตาย ต่างพูดท้าทายกัน แล้วผู้ตายใช้มีดดาบฟันจำเลยก่อน จำเลยหลบทันและล้มลงยังพื้นดิน แล้วจำเลยลุกขึ้นใช้ไม้ไผ่ที่ถือมานั้นตีผู้ตายถึงแก่ความตาย วินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงที่รับฟังมานี้ จะถือว่าจำเลยตีผู้ตายเพื่อป้องกันตัวหาได้ไม่ เพราะจำเลยถือไม้เดินไปหาผู้ตายแสดงความสมัครใจจะต่อสู้กับผู้ตาย จึงอ้างการป้องกันไม่ได้ แต่การที่ผู้ตายมาด่าจำเลยแล้วกลับไปเอามีดดาบมาท้าทายจำเลยอีก และยังเป็นฝ่ายลงมือฟันจำเลยก่อนด้วย เช่นนี้ เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงต้องถือว่า ที่จำเลยตีผู้ตายไปในขณะนั้น เป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ให้จำคุกจำเลย ๓ ปี นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 550/2517
พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์
นายช่วย นัดสูงวงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายช่วย นัดสูงวงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร · มงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา