⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1057/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดเป็นคนไทยและผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดเป็นคนต่างด้าว ไม่ทำให้ห้างหุ้นส่วนนั้นถือเป็นคนต่างด้าวตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 การกักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ใช้บังคับกับบุคคลธรรมดาเท่านั้น นิติบุคคลจะถูกกักขังแทนค่าปรับไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดเป็นคนไทย 1 คน ผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดเป็นคนต่างด้าว 1 คน ถือเป็นคนต่างด้าวตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่281 ห้างหุ้นส่วนนี้ทำการค้าประกอบธุรกิจนายหน้า ตัวแทนค้าปลีกสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิด คนไทยผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้สนับสนุน โทษปรับนิติบุคคลจะกักขังแทนเงินไม่ได้ จึงจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา29 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทนค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับเครื่องยนต์ฯ มีความผิดตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ข้อ 4, 26 จำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ปรับจำเลยที่ 1 30,000 บาท จำเลยที่ 2 20,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฟังได้ว่านายลีคุง แซ่เบ๊ ยังเป็นหุ้นส่วนอยู่ ในห้างจำเลยที่ 1 เมื่อประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 มีผลใช้บังคับในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2515 ห้างจำเลยที่ 1 จึงเป็นคนต่างด้าวตาม ข้อ 3(2) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 281 และฟังได้ต่อไปว่าห้างจำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว โดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมทะเบียนการค้า และไม่มีพระราชกฤษฎีกาอนุญาตให้กระทำได้ การประกอบธุรกิจของห้างจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดดำเนินธุรกิจนี้ จึงเป็นผู้กระทำผิดร่วมด้วย แต่การประกอบธุรกิจดังฟ้องเป็นความผิดต่อเมื่อคนต่างด้านประกอบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธีบดีกรมทะเบียนการค้า และไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้กระทำได้ แต่จำเลยที่ 2 เป็นคนสัญชาติไทย แม้จะร่วมกระทำผิดก็มีความผิดเพียงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเพียงปรับสถานเดียว มิได้สั่งให้จำเลยเลิกประกอบธุรกิจด้วย แต่โจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ในข้อนี้จึงถือว่าเป็นยุติ พิพากษากลับ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เฉพาะจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนิติบุคคลจะกักขังแทนเงินค่าปรับไม่ได้จึงให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 แต่ประการเดียว" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057/2518 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบวรแมชีนเนอรี่ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบวรแมชีนเนอรี่ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท บริรักษ์ · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3555/2568ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 5299/2533ฎีกา 2700/2565ฎีกา 2299/2532ฎีกา 5865/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 955/2512ฎีกา 1090/2522ฎีกา 7364/2554ฎีกา 2597/2516ฎีกา 8275/2544ฎีกา 198/2564ฎีกา 3116/2527ฎีกา 4399-4400/2555ฎีกา 3153/2531ฎีกา 339/2519ฎีกา 274/2521ฎีกา 3595/2532ฎีกา 4897/2550ฎีกา 4959/2547ฎีกา 2530/2536ฎีกา 6591/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา