⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 110/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- พนักงานอัยการไม่มีอำนาจขอรับเงินสินบนนำจับแทนได้ตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 - การริบของกลางตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 จะกระทำได้เฉพาะกรณีที่ของกลางนั้นเป็นสิ่งของที่ห้ามการค้ากำไรเกินควรเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 9 บัญญัติให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัลได้โดยให้จ่ายราคาของกลางหรือค่าปรับแตกต่างกับพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 ซึ่งบัญญัติให้ผู้มีความผิดเป็นผู้เสียเงินค่าสินบนนำจับ มิได้ให้อำนาจพนักงานอัยการขอแทนได้ พนักงานอัยการหรือรัฐบาลไม่มีสิทธิในเงินสินบนนั้น และพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 ได้บัญญัติทับพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดในเรื่องเงินสินบนนำจับนั้นแล้ว พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะขอเงินสินบนนำจับแทนได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1043/2492 และ 1933/2492) จำเลยกระทำความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บสิ่งของที่ประกาศควบคุม เมื่อของกลางมิใช่สิ่งของที่ห้ามการค้ากำไรเกินควร จึงริบสิ่งของนั้นตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 29 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 ม.29 พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 ม.30 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.8 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีสิ่งของไว้ในความครอบครองอันเป็นสินค้าที่คณะกรรมการกลางป้องกันการค้ากำไรเกินควรประกาศแจ้งปริมารและสถานที่เก็บ จำเลยทราบดีแล้วไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และประกาศคณะกรรมการกลางป้องกันการค้ากำไรเกินควรผู้แจ้งความนำจับนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกับของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘, ๑๒, ๑๗, ๒๔ (ศาลชั้นต้นปรับบทมาตรา ๑๒ และ ๒๔ เกินมา) ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๗ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ ลงโทษจำคุกและปรับลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง โทษจำคุกให้รอไว้ ของกลางไม่ใช่ของอันพึงจะริบตามมาตรา ๒๙ ของพระราชบัญญัตินี้เพราะไม่ใช่สิ่งของที่เกี่ยวกับการกระทำผิดจึงไม่ริบ ตามนัยฎีกาที่ ๒๐๑/๒๔๙๓ ส่วนคำขอที่สั่งให้จ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้แจ้งความนำจับนั้น โจทก์ไม่มีอำนาจขอได้ตามนัยฎีกาที่ ๑๐๔๓/๒๔๙๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา คดีมีปัญหาว่าพนักงานอัยการโจทก์จะอาศัยอำนาจตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช ๒๔๘๙ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยเสียเงินค่าสินบนนำจับตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓๐ ได้หรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดพุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๙ บัญญัติให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัลได้เฉพาะในกรณีที่ขอตามมาตรา ๘ โดยให้จ่ายจากราคาของกลางหรือค่าปรับแตกต่างกับมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.๒๔๙๐ ซึ่งบัญญัติให้ผู้มีความผิดเป็นผู้เสียค่าสินบนนำจับมิได้ให้อำนาจโจทก์ขอแทนได้ และโจทก์หรือรัฐบาลไม่มีสิทธิในเงินสินบนนั้น และพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.๒๔๙๐ ได้บัญญัติทับพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดในเรื่องเงินสินบนนำจับนั้นแล้ว พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะขอเงินสินบนนำจับแทนได้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๔๓/๒๔๙๒ คดีระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางซิวเอ็ง แซ่คู จำเลย และคำพิพากษาฎีกาซึ่งได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ที่ ๑๙๓๓/๒๔๙๒ คดีระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางจันทร์ สุขรัตน์ จำเลย โจทก์ฎีกาว่าศาลมีอำนาจริบของกลางในคดีนี้ได้เพราะเป็นสิ่งของที่ห้ามการค้ากำไรเกินควรซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิด ตามความหมายของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๒๙ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีของจำเลยคดีนี้เป็นความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บสิ่งของที่ประกาศควบคุมของกลางมิ ใช่ของที่ห้ามการค้ากำไรเกินควรจึงริบไม่ได้ตามมาตรา ๒๙ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2518 พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายเฮี๊ยะ แซ่ลิ้ม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี · ล. - นายเฮี๊ยะ แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · สนิท บริรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายมาลินทร์ จั่นสัญชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3346/2533ฎีกา 2823/2522ฎีกา 1979/2542ฎีกา 1933/2492ฎีกา 1705/2492ฎีกา 2365/2519ฎีกา 1934/2492ฎีกา 971/2541ฎีกา 3797/2540ฎีกา 3001/2540ฎีกา 464/2509ฎีกา 8084/2542ฎีกา 189/2493ฎีกา 274/2493ฎีกา 6396/2544ฎีกา 338/2520ฎีกา 1043/2492ฎีกา 9157/2553ฎีกา 1612/2492ฎีกา 180/2493ฎีกา 2189/2517ฎีกา 3956/2547ฎีกา 115/2537ฎีกา 202/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา