คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพและมิได้โต้แย้งข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ามีผู้นำจับ ถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่ามีผู้ประสงค์เงินสินบนนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยทองคำแท่งเป็นของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพและมิได้โต้แย้งเรื่องผู้นำจับเท่ากับยอมรับว่ามีผู้นำจับจริง แม้คำให้การจำเลยจะมีข้อความว่า ส่วนข้อหานอกนั้นขอให้การปฏิเสธ ก็เป็นการ ปฏิเสธข้อหาที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิด มิใช่ปฏิเสธว่าไม่มีผู้นำจับ ดังนั้นแม้โจทก์ไม่สืบพยาน ก็ฟังได้ว่าคดีนี้มีผู้นำจับ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.6 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.7 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.8 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.9 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำทองคำแท่งอันเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน ๑ แท่ง จากประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมิได้รับอนุญาต และมิได้เสียภาษี มิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือมิฉะนั้นจำเลยได้ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสียหรือรับเอาไว้โดยประการอื่นใดซึ่งทองคำแท่งดังกล่าวโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายและจำเลยเป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติและสัญชาติพม่า เข้ามาในราชอาณาจักรไทยที่ซึ่งมิใช่ช่องทางอนุญาตและโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๙๖ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปรามปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒....ฯลฯ สั่งริบของกลาง กับสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและเงินรางวัลแก่ผู้จับตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหารับไว้โดยประการใดซึ่งสินค้าทองคำแท่งที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร (โดยฝ่าฝืนกฎหมาย) ส่วนข้อหานอกนั้นจำเลยขอให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. ๒๔๖๙ จำคุก ๑ ปี ผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท รวมเป็นจำคุก ๑ ปี ๒ เดือนและปรับ ๑,๐๐๐ บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๗ เดือนและปรับ ๕๐๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษ ของกลางริบ จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับตามกฎหมาย ส่วนเงินสินบนพิเคราะห์จากสำนวนการสอบสวนแล้วรับฟังไม่ได้ว่ามีผู้นำจับ ให้ยกคำขอ
โจทก์อุทธรณ์ ขอให้สั่งจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ มีผู้ประสงค์เงินสินบนนำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยทองคำแท่ง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยเป็นของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับทองคำแท่งดังกล่าวไว้โดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยมิได้โต้แย้งเรื่องผู้นำจับก็เท่ากับยอมรับว่า มีผู้นำจับในข้อหาที่จำเลยให้การรับสารภาพนั้นตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องจริง แม้คำให้การจำเลยจะมีในตอนท้ายว่า ส่วนข้อหานอกนั้นขอให้การปฏิเสธ ก็เป็นการปฏิเสธข้อกล่าวหาฐานนำทองคำแท่งของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายที่โจทก์กล่าวหาจำเลยในคดีนี้ด้วย มิใช่ปฏิเสธว่าไม่มีผู้นำจับ ดังนั้นแม้โจทก์ไม่สืบพยานก็ฟังได้ว่าคดีนี้มีผู้นำจับซึ่งมีสิทธิได้รับสินบนตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๕ และ ๖
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละสามสิบของราคาของกลาง หากของกลางที่ศาลสั่งริบไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระต่อศาล นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2526
พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์
นายจอตัน (ไม่มีนามสกุล) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดแม่สอด · จำเลย - นายจอตัน (ไม่มีนามสกุล) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรง แจ่มสุธี · พินิจ สังขนันท์ · ประเทือง วรรณพงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแม่สอด - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา