คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จะไม่เป็นความผิดหากภายหลังมีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมายอนุญาตให้การกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายได้ แต่การอนุญาตย้อนหลังนั้นจะไม่มีผลทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นแล้วกลับไม่เป็นความผิดต่อไป.
การสั่งจ่ายสินบนหรือรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามกฎหมาย จะกระทำได้เมื่อมีการสั่งริบของกลาง หรือเมื่อมีการลงโทษปรับจำเลย โดยจ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลาง หรือจากเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระต่อศาล.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้รับบัตรส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อประกอบอุตสาหกรรมผลิตกระดาษคราฟท์ ได้รับสิทธิงดเว้นการเสียอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุที่สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ จำเลยได้นำของซึ่งระบุในใบขนสินค้าขาเข้าว่าเป็นเยื่อกระดาษและไม่ใช่กระดาษคราฟท์ที่ใช้ไม่ได้ หรือเศษกระดาษคราฟท์ที่ใช้ไม่ได้แล้วอันได้รับการงดเว้นอากรขาเข้า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยื่นใบขนสินค้าสำแดงรายการเป็นเท็จ และฐานหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรโดยเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ดังนั้น การที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีมติอนุญาตย้อนหลังให้กระดาษที่จำเลยนำเข้ามานั้นเป็นวัสดุที่อนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษคราฟท์ได้ เพิ่มเติมจากที่ได้เคยอนุญาตไว้แล้ว ทำให้จำเลยไม่ต้องเสียอากรขาเข้าสำหรับของที่จะต้องเสียภาษีนั้น เป็นมติที่ไม่ชอบ และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฯ หามีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดหรืออนุญาตให้กระดาษสำเร็จรูปนั้นกลายเป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตกระดาษคราฟท์ อันจะทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นแล้วกลับไม่เป็นความผิดต่อไปได้ไม่ จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว
การสั่งจ่ายสินบนหรือรางวัลตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 7 นั้น กระทำได้ 2 กรณี คือเมื่อมีการสั่งริบของกลางประการหนึ่ง หรือเมื่อมีการลงโทษปรับจำเลยอีกประการหนึ่ง และวิธีจ่ายนั้น หากมีการริบของกลางก็ให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางนั้น หากไม่มีการริบของกลางหรือมีการริบของกลาง แต่ของกลางนั้นไม่อาจขายได้และมีการลงโทษปรับจำเลย ก็ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระต่อศาล คดีนี้มีการลงโทษปรับจำเลย จึงสั่งจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมจากเงินค่าปรับที่ชำระต่อศาลได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานยื่นใบขนสินค้าสำแดงรายการเป็นเท็จ จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ความผิดฐานนี้จึงยุติแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาว่าจำเลยมิได้กระทำผิดในความผิดฐานนี้อีก ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.99 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ.2505 ม.6 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ.2505 ม.15 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ.2505 ม.16 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ.2505 ม.17 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ.2505 ม.20 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ.2505 ม.23 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.7 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 ม.8 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๙๙ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๔ และขอให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งความนำจับ และจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๕, ๖, ๗, ๘, ๙
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๙๙ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖ ให้ปรับจำเลยเป็นรายครั้งที่ยื่นสำแดงใบขนสินค้าอันเป็นเท็จครั้งละ ๔๐,๐๐๐ บาท รวม ๓ ครั้ง เป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท บังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ ให้ยกฟ้องในข้อหาอื่น และให้ยกคำขอที่ขอให้จ่ายสินบนนำจับและรางวัลแก่ผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้นำจับด้วย เพราะคดีนี้ไม่มีของกลางที่จะให้ศาลสั่งริบหรือไม่ริบตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. ๒๔๘๙
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ อีกฐานหนึ่ง ปรับสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรด้วย กระทงแรกปรับ ๑๗,๕๓๒,๑๗๕ บาท ๖๔ สตางค์ กระทงที่สองปรับ ๒๘,๖๔๓,๐๐๔ บาท ๘๔ สตางค์ กระทงที่สามปรับ ๑๙,๕๖๙,๖๗๑ บาท ๗๖ สตางค์ รวมปรับ ๖๕,๗๔๔,๘๕๒ บาท ๒๔ สตางค์ บังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ ให้จ่ายรางวัลร้อยละ ๒๐ ของค่าปรับสำหรับความผิดทั้งสองฐานแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามมาตรา ๗ วรรคสอง และมาตรา ๘ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่มีความเห็นแย้งว่าจำเลยไม่มีความผิดตามฟ้องทุกข้อหา และไม่ต้องจ่ายเงินสินบนนำจับและรางวัลแก่ผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับด้วย
จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องทั้งหมดและขอให้ยกคำขอเกี่ยวกับเงินรางวัลด้วย
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้รับบัตรส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๐๙ เพื่อประกอบอุตสาหกรรมผลิตกระดาษคราฟท์ ตามบัตรส่งเสริมนี้ จำเลยได้รับสิทธิและประโยชน์หลายประการเช่น ได้รับการงดเว้นการเสียอากรขาเข้าที่เรียกเก็บตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร เป็นปริมาณที่จะพึงใช้ในการผลิตเป็นเวลา ๕ ปี ตามที่คณะกรรมการพิจารณากำหนดและในรอบปีที่ ๒ นับตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๓ ถึงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๑๔ คณะกรรมการได้พิจารณาให้จำเลยได้รับงดเว้นการเสียอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในกิจการอุตสาหกรรมผลิตกระดาษคราฟท์ คือเยื่อกระดาษชนิดซัลเฟทคราฟท์ที่ใช้ไม่ได้ หรือเศษกระดาษคราฟท์ที่ใช้ไม่ได้แล้ว อันได้รับการงดเว้นอากรขาเข้าไม่ จำเลยจึงต้องเสียค่าภาษีศุลกากรสำหรับกระดาษสำเร็จรูปที่จำเลยนำเข้า ที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีหนังสือถึงอธิบดีกรมศุลกากรว่า คณะกรรมการลงมติอนุญาตให้กระดาษที่จำเลยนำเข้ามานั้นเป็นวัสดุที่อนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษคราฟท์ได้เพิ่มเติมจากที่ได้เคยอนุญาตให้จำเลยไว้แล้ว มติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฯ ที่อนุญาตย้อนหลังให้จำเลยไม่ต้องเสียอากรขาเข้าสำหรับของที่จะต้องเสียภาษีตามกฎหมายนั้นเป็นมติที่ไม่ชอบ เพราะเมื่อของที่จำเลยนำเข้ามามิใช่วัตถุดิบ แต่เป็นกระดาษสำเร็จรูปซึ่งจะต้องเสียค่าภาษีตามกฎหมายและจำเลยกลับหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าภาษีศุลกากรโดยเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดินเช่นนี้แล้ว คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฯ หามีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดหรืออนุญาตให้กระดาษสำเร็จรูปนั้นกลายเป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตกระดาษคราฟท์อันจะทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นแล้วกลับไม่เป็นความผิดต่อไปได้ไม่
ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานยื่นใบขนสินค้าสำแดงรายการเป็นเท็จเสียด้วยนั้น เนื่องจากเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแต่ประการใดความผิดฐานนี้จึงยุติแล้ว จำเลยหามีสิทธิฎีกาว่าจำเลยมิได้กระทำผิดในความผิดฐานนี้อีกไม่ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้
สำหรับปัญหาเรื่องรางวัลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จ่ายแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ และจำเลยฎีกาว่าเนื่องจากคดีนี้ไม่มีของกลางที่จะให้ศาลสั่งริบ หรือริบ จึงจะจ่ายให้มิได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๗ วรรคแรก บัญญัติว่า "สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว" และวรรคสองบัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลาง หรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล" ตามมาตรานี้จึงมีความหมายว่า การสั่งจ่ายสินบนหรือรางวัลนั้นกระทำได้ ๒ กรณี คือ เมื่อมีการสั่งริบของกลางประการหนึ่ง หรือเมื่อมีการลงโทษปรับจำเลยอีกประการหนึ่ง และวิธีจ่ายนั้นหากมีการริบของกลางให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางนั้น หากไม่มีการริบของกลางหรือมีการริบของกลาง แต่ของกลางนั้นไม่อาจขายได้ และมีการลงโทษปรับจำเลย ก็ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่จำเลยได้ชำระต่อศาล คดีนี้มีการลงโทษปรับจำเลย จึงสั่งจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม โดยให้จ่ายจากค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาลได้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๗/๒๔๙๓ และคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๗๔/๒๕๐๔ ที่จำเลยอ้างมารูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2520
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
บริษัทอุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - บริษัทอุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · พิทยา มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอนุวัตร์ บุนนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา