คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาลวงเพื่อหลอกลวงทางราชการเป็นโมฆะ และคู่กรณีสามารถนำสืบพิสูจน์ได้ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงเจตนาลวง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์กู้เงินจำเลยและฝากเงินประจำแก่จำเลยเพื่อหลอกลวงทางราชการโดยแสดงใบรับเงินฝากว่าโจทก์มีเงิน ทางราชการจะได้ไม่ถอนใบอนุญาตกิจการประกันภัย อันเป็นการรู้เห็นเป็นใจ ไม่ใช่เจตนาแท้จริงเป็นโมฆะ
จำเลยให้การว่าสัญญาฝากเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเจตนาลวงหากจะมีการฝากกันจริง ก็ได้ถอนไปแล้ว ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นสองแง่ขัดกัน จำเลยนำสืบได้ตามที่ให้การ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสหประกันภัย จำกัด · จำเลย - ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา