⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1571/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1571/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้บังอาจร่วมกับผู้อื่นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป ย่อมถือว่าเป็นการกระทำโดยทุจริตแล้ว แม้จะมิได้ใช้คำว่า "ลัก" หรือ "โดยทุจริต" โดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องคดีลักทรัพย์ว่า จำเลยได้บังอาจร่วมกับ ม.ใช้ค้อนงัดเอาคิ้วทองเหลืองของพื้นตึกของผู้เสียหายไป แม้จะมิได้ระบุคำว่า "ลัก" และคำว่า "โดยทุจริต" ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์เสียไป เพราะบรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิด เพราะคำว่า"บังอาจ" กับคำว่า"เอาไป" ประกอบกันก็บ่งอยู่แล้วว่ากระทำโดยทุจริตอยู่ในตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกใช้ค้อนงัดเอาคิ้วทองเหลือของพื้นตึกแถวยาวประมาณ 13 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ราคาชิ้นละ 25 บาทของผู้เสียหายไป จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกฐานลักทรัพย์พ้นโทษยังไม่เกิน 3 ปี กลับมากระทำผิดคดีนี้ ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7), 93 จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับในข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษว่าจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7) จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษตามมาตรา 93 อีกกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ แล้วบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายของจำเลยว่า "จำเลยได้บังอาจร่วมกับนายมงคล เกลียวเจริญ จำเลยที่ 2 ในคดีอาญาแดงที่ 10112/2517 ของศาลอาญา ใช้ค้อนงัดเอาคิ้วทองเหลืองของพื้นตึกแถวยาวประมาณ 13 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตรราคาชิ้นละ 250 บาทของนางมาลัย ปรีชานิลชัยศรี ของนายสุรชัย สมิตาสินและของนายเอกนันท์ สุขเลิศกมล ผู้เสียหายไปคนละ 1 ชิ้น" แม้ฟ้องของโจทก์จะมิได้ระบุคำว่า "ลัก" และคำว่า "โดยทุจริต" ตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมา ก็หาทำให้ฟ้องของโจทก์เสียไปเพราะบรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ เพราะโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ว่า จำเลยบังอาจเอาไป แล้วระบุตัวทรัพย์ว่าคิ้วทองเหลือซึ่งเป็นของผู้อื่นคือ นางมาลัย ปรีชานิลชัยศรี กับพวกคำว่า "บังอาจ" กับคำว่า "เอาไป" ประกอบกันก็บ่งอยู่แล้วว่ากระทำโดยทุจริตอยู่ในตัว คำบรรยายฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1571/2518 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสมทบ แสงเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสมทบ แสงเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดช วุฒิสิงห์ชัย · บัญญัติ สุชีวะ · ผสม จิตรชุ่ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา