⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1579/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1579/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ใช้เครื่องหมายการค้าของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมไม่มีสิทธิขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ และหากผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนไว้ ก็ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ผลิตเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้เครื่องหมายการค้าว่า "VETO"(วีโต้)ส่งออกจำหน่ายทั่วโลก และส่งมาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างน้อยตั้งแต่ พ.ศ.2502 เมื่อ พ.ศ.2507 จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO"สำหรับจำพวกสินค้า 50 ทั้งจำพวกกองทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนให้แล้ว แต่เมื่อ 2-3 ปี มานี้ จำเลยเคยสั่งซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าวีโต้ของโจทก์ไปจำหน่าย หาได้เคยผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้เครื่องหมายวีโต้ขึ้นจำหน่ายไม่ ที่จำเลยขอจดทะเบียนไว้นั้นก็เพื่อจะใช้กับสินค้าเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเลยจะผลิตขึ้นในโอกาสต่อไป โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO" ดีกว่าจำเลย จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนเครื่องหมายการค้าคำว่า"VETO" ซึ่งจำเลยจดทะเบียนไว้แล้วและห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้ามาตรา 41(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 355/2504) แต่โจทก์มิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ล่วงละเมิดสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา 29 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.29 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายในประเทศอิตาลี โจทก์ผลิตสินค้าเครื่องอุปกรณ์ที่ใช้กับไฟฟ้ามากว่า 20 ปีแล้วโดยใช้เครื่องหมายการค้าเป็นอักษรโรมันว่า "VETO" อ่านออกเสียงในภาษาไทยว่า "วีโต้" โจทก์ส่งสินค้ามาให้ตัวแทนค้าต่างจำหน่ายตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2500 ตลอดมา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2507 จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO" ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้ เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายขอคิดค่าเสียหาย 50,000 บาท โจทก์ทราบเรื่องที่จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเมื่อต้นปี พ.ศ. 2515 และได้บอกให้จำเลยเพิกถอนและเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยเพิกถอนเลิกใช้เครื่องหมายการค้ารูปรอยประดิษฐ์ของโจทก์ และงดจำหน่ายสินค้า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 50,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO" เป็นของจำเลยที่ได้จดทะเบียนต่อกองทะเบียนเครื่องหมายการค้ากระทรวงพาณิชย์ในจำพวก 50สำหรับสินค้าที่ได้ระบุไว้ทั้งจำพวกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2507 จำเลยได้ผลิตสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO" จำหน่ายในประเทศไทยเป็นเวลานานกว่า10 ปีแล้ว ที่โจทก์อ้างว่าได้ส่งสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2500 ไม่เป็นความจริง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอน คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเลิกใช้เครื่องหมายการค้ารูปรอยประดิษฐ์คำว่า "VETO" ให้จำเลยงดจำหน่ายสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย "VETO" และให้จำเลยแจ้งขอถอนหรือเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวต่อกองทะเบียนเครื่องหมายการค้า ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 20,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ในปัญหาที่ว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้ารายพิพาทดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของหรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สินค้าเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าว่าวีโต้ของโจทก์ได้ส่งเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างน้อยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 เป็นต้นมา เมื่อ 2 - 3 ปีมานี้จำเลยเคยสั่งซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าวีโต้ของโจทก์ไปจำหน่าย อันแสดงว่าจำเลยหาได้เคยผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าวีโต้ขึ้นจำหน่ายไม่ จึงเชื่อว่าจำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่าวีโต้เพื่อจะใช้กับสินค้าเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเลยจะผลิตขึ้นในโอกาสต่อไป โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO" ดีกว่าจำเลย จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนเครื่องหมายการค้าคำว่า "VETO" ซึ่งจำเลยจะจดทะเบียนไว้แล้ว และห้ามไม่ให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41 ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 355/2504ระหว่างบริษัทไซ้ซอีคอน อาเก จำกัด โจทก์ นายห่าน แซ่เล้า กับพวก จำเลย แต่โจทก์มิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นไว้ จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายที่ล่วงละเมิดสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ตามมาตรา 29 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระค่าเสียหายจำนวน 20,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1579/2518 บริษัทอันดัสตรี เมเทอะเรียล อีเลททริโก วีโต้ โจทก์ เอส.อาร์.แอล. จำกัด โดยนายวิรัตน์ กรรฐโรจน์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสมพงษ์ สุขวรรณวิทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอันดัสตรี เมเทอะเรียล อีเลททริโก วีโต้ · โจทก์ - เอส.อาร์.แอล. จำกัด โดยนายวิรัตน์ กรรฐโรจน์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายสมพงษ์ สุขวรรณวิทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา