⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1745/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงท้ากันให้ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาคดีอื่นซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันมาเป็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้ มีผลให้บังคับคดีนี้ได้ ถือเป็นข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การพนันขันต่อ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยได้นำรังวัดที่ดินของจำเลยเพื่อออก น.ส.3 แต่ได้นำรังวัดเอาที่พิพาทรวมเข้าไปด้วย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่พิพาทออกจาก น.ส.3 และห้ามเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของบิดาจำเลยได้บุกเบิกแผ้วถางทำประโยชน์มานาน 40 ปีแล้ว ต่อมาบิดาจำเลยตายที่ดินนี้จึงตกได้แก่จำเลย ชั้นพิจารณามีการทำแผนที่พิพาท ปรากฏว่าที่ดินตาม น.ส.3 ของจำเลยนอกจากจะพิพาทกับโจทก์ ยังพิพาทกับ จ. โดยที่พิพาทคดีนี้กับคดีนั้นอยู่ติดกัน โจทก์จำเลยถึงแถลงร่วมกันว่าไม่ติดใจสืบพยาน โดยตกลงท้ากันว่าเมื่อคดีถึงที่สุดหาก จ.ชนะคดีก็ให้ถือว่าคดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายชนะ ถ้าคดีนั้นจำเลยชนะก็ให้ถือว่าคดีนี้จำเลยเป็นฝ่ายชนะ ต่อมาคดีที่จำเลยพิพาทกับ จ. นั้น ศาลฎีกาพิพากษาให้ จ.ชนะคดี ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาในคดีนี้ให้จำเลยแบ่งแยกที่พิพาทออกจาก น.ส.3 ของจำเลย และห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าที่พิพาททั้งสองคดีนี้อยู่ติดกัน และต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่ตาม น.ส.3 ของจำเลย จำเลยได้ขอออก น.ส.3 ครอบที่พิพาททั้งสองแปลงเข้าไปด้วย และทั้งสองคดีจำเลยให้การต่อสู้ทำนองเดียวกัน คดีทั้งสองจึงเกี่ยวข้องกัน มิใช่เป็นเรื่องเอาเหตุการณ์ภายนอกมาเป็นข้อท้าแต่อย่างใด การที่ให้ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาคดีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันอยู่มาเป็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้ มีผลให้บังคับคดีนี้ได้ ย่อมถือว่าเป็นคำท้าที่ชอบด้วยกฎหมาย หามีลักษณะเป็นการพนันขันต่อแต่อย่างใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ได้แจ้งการครอบครองไว้ จำเลยนำรังวัดที่ดินของจำเลยเพื่อออก น.ส.๓ แต่ได้นำรังวัดเอาที่พิพาทรวมเข้าไปด้วย ขอให้พิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่พิพาทออกจาก น.ส.๓ และห้ามเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินบิดาจำเลยได้บุกเบิกแผ้วถางทำประโยชน์มานานประมาณ ๔๐ ปีแล้ว ไม่มีบุคคลใดเข้าเกี่ยวข้อง ต่อมาบิดาจำเลยตายที่ดินนี้จึงตกได้แก่จำเลย และจำเลยครอบครองมาเกิน ๑ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ในชั้นพิจารณามีการทำแผนที่พิพาท ปรากฏว่าที่ดินตาม น.ส.๓ ของจำเลยนี้นอกจากจะพิพาทกับโจทก์คดีนี้แล้ว ยังพิพาทกับนางจั๊งอีกด้วยตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๔๓/๒๕๑๒ โดยที่พิพาทคดีนี้กับคดีนั้นอยู่ติดกันโดยที่พิพาทคดีนี้อยู่ทางทิศเหนือ ที่พิพาทคดีนั้นอยู่ทางทิศใต้ คู่ความคดีนี้จึงแถลงร่วมกันว่า ไม่ติดใจสืบพยานโดยจะขอฟังผลของคดีดังกล่าว เมื่อคดีนั้นถึงที่สุด หากโจทก์คดีนั้นชนะก็ให้ถือว่าคดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายชนะ ถ้าคดีนั้นจำเลยชนะก็ให้ถือว่าคดีนี้จำเลยเป็นฝ่ายชนะ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เป็นไปตามคำท้านั้น สำหรับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๔๓/๒๕๑๒ นั้น ศาลฎีกาพิพากษายืนให้โจทก์ชนะคดี โจทก์คดีนี้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป โดยจำเลยเห็นว่าคำท้านั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะถือเอาเหตุการณ์ภายนอกสำนวนมาเป็นข้อแพ้ชนะมีลักษณะเป็นการพนันขันต่อ จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตตามคำร้องของจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คำท้านี้ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่พิพาทออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า คำท้าดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการถือเอาเหตุการณ์หรือพฤติการณ์นอกสำนวนเป็นข้อแพ้ชนะมีลักษณะเป็นการพนันขันต่อ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ตรวจดูคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๔๓/๒๕๑๒ และแผนที่พิพาทในคดีนี้แล้วปรากฏว่าที่พิพาททั้งสองคดีนี้อยู่ติดกัน และต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่ตาม น.ส.๓ ของจำเลย จำเลยได้ขอออก น.ส.๓ ครอบที่พิพาททั้งสองแปลงนี้เข้าไปด้วย ทั้งสองคดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทบิดาจำเลยครอบครองมาประมาณ ๔๐ ปี บิดาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ จึงตกได้แก่จำเลย ข้อต่อสู้ของจำเลยในสองคดีนี้เป็นไปในทำนองเดียวกัน คดีทั้งสองจึงเกี่ยวข้องกัน มิใช่เป็นเรื่องเอาเหตุการณ์ภายนอกมาเป็นข้อท้าแต่อย่างใด การที่ให้ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาคดีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันอยู่มาเป็นข้อแพ้ชนะในคดีนี้มีผลให้บังคับคดีนี้ได้ ย่อมถือว่าเป็นคำท้าที่ชอบด้วยกฎหมาย หามีลักษณะเป็นการพนันขันต่อแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2518 นายเยื้อน ปั้นดี โจทก์ นายแสวง เล็กชม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเยื้อน ปั้นดี · ล. - นายแสวง เล็กชม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธวัช สิทธิชัย · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 5285/2537ฎีกา 1065/2513ฎีกา 2881/2532ฎีกา 816/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา