คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1893/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ทรงเช็คจะเรียกให้ผู้สั่งจ่ายชำระเงินตามเช็คได้นั้น ผู้ทรงเช็คจะต้องเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย และเช็คนั้นจะต้องมีมูลหนี้ที่แท้จริงระหว่างผู้สั่งจ่ายและผู้รับเงินตามเช็ค
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายชำระหนี้ค่าเช่าและค่าซื้อกรรมสิทธิ์ภาพยนตร์ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำสัญญาซื้อกากฟิล์มภาพยนตร์จาก ล. และ พ. บุคคลทั้งสองมอบให้บริษัท น. ซึ่งโจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการเป็นตัวแทนนำฟิล์มภาพยนตร์ดังกล่าวมอบให้จำเลย และรับมอบเช็คของจำเลยไว้ โจทก์สมคบกับ ล. และ พ. ไม่นำกากฟิล์มภาพยนตร์ส่งจำเลยให้ครบ และนำกากฟิล์มไปจำนำต่อบุคคลอื่น ให้บุคคลอื่นฉายหาประโยชน์ทำให้โจทก์เสียหายแสดงว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าเช็คที่โจทก์ฟ้องไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องชำระ และโจทก์กับ ล. และ พ. คบคิดกันไม่สุจริต นำเช็คมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยนั้นเองจึงมีประเด็นที่จะต้องนำสืบพยานกันต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเลิศ เศรษฐมงคล · จำเลย - นายเจริญ กุหลาบทิพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา