⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1995/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การระบุทรัพย์สินที่ถูกลักไปผิดพลาดในฟ้อง แต่ยังคงระบุราคาและลักษณะของทรัพย์สินที่ใกล้เคียงกับของกลางที่ถูกลักไป และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ถือเป็นข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ศาลสามารถลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันลักกำไลข้อมือเพชร แหวนเพชร 2 วง จี้เพชร และสร้อยคอทองคำ หรือรับของโจรแหวนเพชร โดยจำเลยนำแหวนเพชร 1 วงที่ถูกลักนั้นไปขาย ฟ้องดังนี้มิได้ยืนยันว่าจำเลยกระทำผิดทั้งสองฐาน แต่บรรยายข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้ศาลวินิจฉัยลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่งเท่าที่ทางพิจารณาได้ความ ฟ้องโจทก์ไม่ชัดกันแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจาณาปรากฏว่าทรัพย์ที่จำเลยเอาไปขายเป็นกำไลข้อมือเพชร หาใช่แหวนเพชรดังที่กล่าวในฟ้องไม่ ก็เป็นเรื่องโจทก์ระบุตัวทรัพย์ผิดพลาดเพราะโจทก์ได้ระบุด้วยว่าของกลางมีราคาเท่าใด ซึ่งเป็นราคาของกำไลข้อมือเพชร และว่าเป็นทรัพย์ชิ้นหนึ่งในบรรดาทรัพย์ที่หายไป ข้อแตกต่างในเรื่องตัวทรัพย์เพียงเท่านี้ยังไม่พอจะถือว่าเป็นข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญ และเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ (วรรคสอง วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2518)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักกำไลข้อมือเพชร ๒ เส้น ราคา ๓๖,๐๐๐ บาท แหวนเพชร ๒ วง วงหนึ่งราคา ๕๕,๐๐๐ บาท อีกวงหนึ่งราคา ๕,๕๐๐ บาท จี้เพชร ๑ อัน ราคา ๖,๕๐๐ บาท และสร้อยคอทองคำ ๑ เส้น ราคา ๔,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายไป ต่อมาจำเลยได้นำแหวนเพชร ๑ วง ราคา ๑๘,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ชิ้นหนึ่งในจำนวนทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไปดังกล่าวไปขายให้แก่ผู้มีชื่อ พนักงานสอบสวนได้อายัดไว้เป็นของกลาง ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกร่วมกันลักทรัพย์ทั้งหมดไป หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับของโจรทรัพย์ของกลางไว้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕,๓๕๗,๘๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๘๙,๐๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ นางดวงเดือน สุทธิบุตร ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยช่วยจำหน่ายสร้อยข้อมือเพชร ๑ เส้นของเจ้าทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไปรู้แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจับแหวนเพชรได้ ๑ วง แต่ตามทางพิจารณาได้ความว่าจับสร้อยข้อมือเพชรได้ ๑ เส้น เป็นข้อแตกต่างที่ไม่เป็นสาระคัญ ทั้งจำเลยไม่ได้หลงข้อต่อสู้ ฟ้องโจทก์ไม่เสียไป พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้จำคุก ๒ ปี จำเลยรับสร้อยข้อมือเพชรเส้นเดียวซึ่งเจ้าทรัพย์ได้รับคืนไปแล้ว จึงให้ยกคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อที่ว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้อง จะลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อแรกว่า โจทก์ฟ้องว่ามีคนร้ายลักเครื่องเพชรของโจทก์ร่วมไปหลายอย่าง ต่อมาก็ได้เครื่องเพชรอย่างหนึ่งที่จำเลยนำไปจำหน่ายเป็นของกลาง เป็นการกล่าวหาว่าจำเลยเป็นผู้ลักเครื่องเพชรทั้งหมดที่หายไป หรือมิฉะนั้นก็เป็นผู้รับของโจรเครื่องเพชรของกลาง ฟ้องดังนี้มิได้ยืนยันว่าจำเลยกระทำผิดทั้งสองฐาน แต่บรรยายข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้ศาลวินิจฉัยลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่งเท่าที่ทางพิจารณาได้ความ ฟ้องโจทก์ไม่ขัดกันแต่อย่างใด ในปัญหาข้อหลัง ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้โดยที่ประชุมใหญ่แล้วโจทก์ฟ้องว่าเครื่องเพชรร่วมหายไปหลายอย่างรวมทั้งแหวนเพชรและกำไลข้อมือเพชร ของชิ้นใดมีราคาเท่าใดก็ได้ระบุไว้แล้ว โดยเฉพาะแหวนเพชรกับกำไลข้อมือเพชรนั้นมีราคาแตกต่างกันมาก ส่วนเครื่องเพชรที่จำเลยนำไปขายนั้น ถึงแม้โจทก์จะระบุตัวทรัพย์ว่าเป็นแหวน แต่ก็ระบุไว้ด้วยว่าของชิ้นนี้มีราคา ๑๘,๐๐๐ บาท อันเป็นราคาของกำไลข้อมือเพชร และว่าเป็นทรัพย์ชิ้นหนึ่งในบรรดาทรัพย์ที่หายไป เห็นได้ว่าเป็นเรื่องโจทก์ระบุตัวทรัพย์ผิดพลาด แทนที่จะระบุว่ากำไลข้อมือเพชร กลับระบุว่าแหวนเพชร ข้อแตกต่างในเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอจะถือว่าเป็นข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญ และเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน (อุดม ทันด่วน พิชัย รชตะนันทน์ ชุ่ม สุนทรชัย) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2518 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางดวงเดือน สุทธิบุตร จ.ร่วม นายบวร ตันสหวัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จ.ร่วม - นางดวงเดือน สุทธิบุตร · จำเลย - นายบวร ตันสหวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสำเนา ดิษยบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา