⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2573/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2518

ป.พ.พ. ม.420, 446, 1529 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.1, 128, 183 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษายกฟ้องคดีอาญาในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยวินิจฉัยเพียงว่าผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้กระทำการข่มขืนกระทำชำเรานั้น จึงไม่เป็นปรปักษ์ต่อการฟ้องคดีแพ่งในข้อหาละเมิดอันเกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา. การที่จำเลยมิได้ยกประเด็นเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ถือว่าจำเลยสละสิทธิในการยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความในชั้นนั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราจนเป็นเหตุให้โจทก์ตั้งครรภ์และคลอดบุตรคือเด็กชาย บ. ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและรับเด็กชาย บ.เป็นบุตรรพร้อมทั้งให้มีสิทธิใช้นามสกุลของจำเลยกับเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรด้วยนั้น แม้บิดาโจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราโจกท์และศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องเพราะบิดาโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยมิได้พิพากษาว่าจำเลยมิได้ข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ ย่อมไม่ทำให้หลักฐานของคดีโจทก์ในเรื่องนี้เสียไป เมื่อฟังได้ว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราโจทก์จนเป็นเหตุให้โจทก์ตั้งครรภ์ถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ ทำให้ค่าของความเป็นสาวต้องตกต่ำ และค่าใช้จ่ายในการคลอด กับแสดงว่าเด็กชาย บ. เป็นบุตรของจำเลยมีสิทธิใช้นามสกุลของจำเลยให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชาย บ.ตั้งแต่คลอดจนถึงวันฟ้องและจ่ายต่อไปเป็นรายเดือนจนกว่าเด็กชาย บ.จะมีอายุครบ 20 ปี จำเลยให้การต่อสู้ว่า ค่าเสียหายตามฟ้องเกี่ยวกับละเมิดขาดอายุความเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ จำเลยมิได้ตั้งประเด็นเรื่องอายุความมาในคำแก้อุทธรณ์ และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา จำเลยก็มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาจึงไม่ประเด็นเครื่องอายุความในชั้นฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.128 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.446 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1529 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1531 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1533 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1536 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1552 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1555

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.128 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยฉุดคร่าอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราโจทก์จนเป็นเหตุให้โจทก์ตั้งครรภ์และคลอดบุตรคือเด็กชาย บ๋อ ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ทำให้โจทก์เสียความบริสุทธิ์ ๑๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร ๒,๐๐๐ บาท และให้พิพากษาให้จำเลยรับเด็กชายบ๋อตั้งแต่เกิดจนถึงวันฟ้องรวม + ปีเศษเป็นเงิน ๑๖,๒๐๐ บาท และอีกเดือนละ ๓๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ จำเลยให้การว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำขำเราโจทก์ โจทก์ตั้งครรภ์และมีบุตรอย่างไรจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ค่าเสียหายฟ้องเกี่ยวกับละเมิดขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฝ่ายโจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา แม้ผลที่สุดของคดี ศาลฎีกาจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๘๘/๒๕๑๔ ก็ตาม ก็ไม่ทำให้หลักฐานของคดีโจทก์ในเรื่องนี้เสียไป เพราะเป็นการยกฟ้องโดยโจทก์ในคดีอาญานั้น คือบิดามิได้สมรสกับมารดาโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีอำนาจฟ้องหาใช่ศาลฎีกาได้พิพากษาว่าจำเลยมิได้ข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ไม่ และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าเด็กชายบ๋อเป็นบุตรของจำเลยซึ่งเกิดจากการที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ดังฟ้อง สำหรับปัญหาว่าโจทก์สมควรได้ค่าสินไหมทดแทนตลอดจนค่าเลี้ยงดูเด็กชายบ๋อเป็นเงินเท่าไรนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไป ขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นหญิงสาวบริสุทธิ์อายุเพียง ๑๕ ปีเศษ เมื่อถูกจำเลยข่มขืนจนมีครรภ์ ค่าของความเป็นสาวย่อมตกต่ำ จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีชายใดประสงค์จะแต่งงานด้วย อนาคตของโจทก์ต้องสูญเสียไปอย่างแก้ไม่ได้ ดังนั้นที่โจทก์เรียกร้องเอาจากจำเลย ๑๐,๐๐๐ บาท กับค่าใช้จ่ายในการคลอดอีก ๒,๐๐๐ บาทจึงเป็นการสมควรแล้ว และการที่โจทก์ต้องใช้จ่ายเลี้ยงดูเด็กชายบ๋อนับแต่คลอดถึงขณะฟ้องเป็นเวลา ๔ ปี ๖ เดือนเป็นเงิน ๑๖,๒๐๐ บาท หรือเพียงวันละ ๙ บาทเศษก็ไม่มากจนเกินไป กับการที่โจทก์จะขอให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็กชายบ๋อในอัตราเดือนละ ๓๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าเด็กชายบ๋อจะบรรลุนิติภาวะก็ย่อมเป็นการสมควรเช่นเดียวกัน และในระหว่างเป็นผู้เยาว์อยู่นี้เห็นควรให้อยู่ในความปกครองของโจทก์ ส่วนที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าค่าเสียหาตามฟ้องเกี่ยวกับละเมิดขาดอายุความแล้วนั้น ปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์จำเลยมิได้ตั้งประเด็นในเรื่องอายุความมาในคำแก้อุทธรณ์ ในชั้นฎีกาจำเลยก็มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษากลับว่า เด็กชายบ๋อ ส้มแก้ว เป็นบุตรของนายจำลอง สระบัวจำเลย เกิดกับนางลิ้นจี่ ส้มแล้วโจทก์ มีสิทธิใช้นามสกุล "สระบัว" ของจำเลย และให้อยู่ในความปกครองของโจทก์ในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์อยู่ ให้จำเลยจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูเป็นเงิน ๑๖,๒๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายบ๋อเป็นรายเดือน ๆ ละ ๓๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าเด็กชายบ๋อจะมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๒,๐๐๐ บาท (ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา วิกรม เมาลานนท์ สุธี ชอบธรรม) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2518 นางลิ้นจี่ ส้มแก้ว โจทก์ เด็กชายบ๋อบุตรผู้เยาว์ นางจำลอง สระบัว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลิ้นจี่ ส้มแก้ว · จำเลย - เด็กชายบ๋อบุตรผู้เยาว์ นางจำลอง สระบัว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 883/2518ฎีกา 356/2530ฎีกา 1010/2539ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา